แหวนแต่งงาน ความหมายที่ซ่อนอยู่ของแต่ละแบบ

แหวนแต่งงาน ความหมายที่ซ่อนอยู่ของแต่ละแบบ
ไลฟ์สไตล์

“แหวนแต่งงาน” เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ ที่ใช้สื่อความหมายถึง ความรักและความผูกพันธ์ ระหว่างคู่รัก ซึ่งในสมัยอียิปต์โบราณจะใช้รูปวงกลมเป็นสัญลักษณ์ สื่อความหมายแทนแหวนแต่งงาน ซึ่งมีความหมายว่า กาลเวลาไม่มีที่สิ้นสุด หรือความเป็นนิรันดร์ นั่นเอง  ขณะที่ในยุคสมัยต่อมา ชายหนุ่มชาวโรมัน จะนิยมมอบปลอกนิ้วสำหรับให้สตรีสวมใส่เวลาเย็บผ้า เป็นเครื่องหมายแทนการจับจอง หรือการบ่งบอกถึงความในใจที่บุรุษมีต่อสตรีผู้นั้น และด้วยเหตุผลที่แสนอ่อนโยน และอบอวลไปด้วยความโรแมนติกเหล่านี้เอง ประเพณีการสวมแหวนหมั้น และแหวนแต่งงาน จึงได้รับการสืบทอดต่อกันมา ตราบจนกระทั่งถึงปัจจุบัน นั่นเอง

แหวนแต่งงาน อัญมณี ความหมาย

อัญมณีที่นิยมนำมาใช้เป็นแหวนแต่งงานมีอยู่มากมายหลายชนิดด้วยกัน ซึ่งอัญมณีแต่ละประเภทก็จะมีความหมายที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

เพชร (Diamond)

อันดับหนึ่งที่ครองใจคู่รักมาช้านาน ย่อมหนีไม่พ้น “เพชร” อย่างแน่นอน ทั้งนี้เพราะเพชรนอกจากจะเลอค่า และสูงส่งทั้งในด้านราคา และความงดงามแล้ว “เพชร” ยังมีความหมายถึง ความรักอันเป็นอมตะ ตราบนิจนิรันดร์ อีกด้วย

ทับทิม (Ruby)

อัญมณีสีแดงสด จนถึงแดงอมชมพู สมญานามแห่งสุดยอดอัญมณี (King of Gems) มีความหมายสื่อว่า ความรักที่บริสุทธิ์ เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความเมตตา กรุณา พร้อมจะเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน นั่นเอง

โกเมน (Garnet)

อัญมณีสีแดงเข้ม จนถึงแดงเกือบน้ำตาล ผสานความลงตัวไว้บนตัวเรือนแหวน พร้อมบ่งบอกความหมาย ความรักที่ตราตรึงใจ ประดุจแสงไฟที่ส่องสว่างในชีวิต

มรกต (Emerald)

อัญมณีสีเขียวสดใจ ทว่า หาได้ยากยิ่งในปัจจุบัน มรกตคืออีกหนึ่งอัญมณีที่คู่รักนิยมนำมาสวมใส่ให้แก่กันในการหมั้นหมาย และในพิธีแต่งงาน เนื่องจาก มรกต เป็นอัญมณีที่สื่อความหมายว่า ความสุข ความสมบูรณ์และความรักอันยืนยาว โดยเฉพาะความเชื่อในศาสนาคริสต์ ที่เชื่อกันว่า มรกตคือสัญลักษณ์ของชีวิตที่ไม่มีวันตาย หรือการดำรงอยู่ ตราบนิจนิรันดร์ นั่นเอง

ไพลิน (Blue sapphire)

อัญมณีสีน้ำเงินเข้ม ประกายงดงามสะดุดตา ไพลินถือเป็นอัญมณีที่ชาวยุโรปนิยมนำมาใช้เป็นแหวนหมั้น หรือแหวนแต่งงาน ด้วยความเชื่อที่ว่า ไพลินคือสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์ ความรักที่มั่นคง และความราบรื่นในการครองชีวิตคู่ นั่นเอง

โอปอล (Opal)

ราชินีแห่งอัญมณี หลากหลายสีสัน เปรียบประดุจความรักที่เต็มไปด้วยสีสันอันสาวยงาม ซึ่งในสมัยโบราณเชื่อกันว่า โอปอล คือตัวแทนของความรัก ความหวัง และความสุขสมปรารนา นั่นเอง

รูปแบบของแหวนแต่งงานมีความหมายอย่างไร

นอกจากแหวนแต่งงานจะมีความหมายอันลึกซึ้ง น่าประทับใจแล้ว รูปแบบของแหวนแต่งงานแต่ละแบบ ยังมีความหมายที่แตกต่างกันอีกด้วย ยกตัวอย่าง เช่น

แหวนแต่งงานแบบ “แหวนเกลี้ยง”

แหวนแต่งงานแบบแหวนเกลี้ยง หรือ Classic Ring ถือเป็นแบบแหวนที่นิยมสวมใส่กันมาแต่โบราณ ซึ่งโดยมากแล้ว แหวนแต่งงานแบบแหวนเกลี้ยงนี้ ฝ่ายเจ้าสาวมักจะเป็นผู้สวมใส่ให้กับเจ้าบ่าว แต่ถึงกระนั้นก็มีจำนวนไม่น้อยเช่นกัน ที่ทั้งสองฝ่ายจะใช้แหวนเกลี้ยง เป็นแหวนแต่งงานที่สวมใส่ทั้งฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาว โดยเฉพาะแหวนเกลี้ยงที่มีตัวเรือนทำจากทองคำ ทั้งนี้เพราะแหวนแต่งงานแบบแหวนเกลี้ยงนี้มีประวัติมายาวนานนับตั้งแต่โบราณ โดยเฉพาะความหมายดีๆ ที่ซ่อนอยู่ในรูปแบบตัวเรือนอันเรียบง่าย แต่คลาสิก ว่า “ความรักอันเป็นนิรันดร์” นั่นเอง

แหวนแต่งงานแบบ “เพชร (หรืออัญมณีอื่นๆ) เม็ดเดี่ยว หรือเม็ดชู”

แหวนแต่งงานแบบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยว หรือเม็ดชู ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงเครื่องประดับอัญมณี ว่า Solitaire Ring ลักษณะแหวนแต่งงานแบบนี้จะมีตัวเรือนเรียบ ๆ เพื่อขับให้อัญมณีบนหัวแหวนเด่นสะดุดตาที่สุด โดยรูปแบบของแหวนแต่งงานชนิดนี้ จะมีความหมายว่า “เธอคือหนึ่งเดียวในดวงใจ” หรืออาจสื่อความหมายถึง ความเป็นหนึ่งเดียวตลอดไป นั่นเอง

แหวนแต่งงานแบบที่มี “เพชร หรืออัญมณีเรียงกันสามเม็ด”

แหวนแต่งงานแบบที่มีอัญมณีเรียงกันสามเม็ด หรือ 3 Stone Ring มีความหมายซ่อนเร้นอยู่ในรูปแบบของแหวนว่า “เธอคืออดีต ปัจจุบัน และอนาคตของฉัน” ซึ่งหมายถึง ความรักของคนทั้งคู่อยู่เหนือกาลเวลา นั่นเอง ทั้งนี้ นอกจาก 3 Stone Ring จะถูกใช้เป็นแหวนแต่งงานแล้ว ยังเป็นแหวนที่คู่แต่งงานนิยมมอบให้กันในวันครบรอบแต่งงานอีกด้วย

แหวนแต่งงานแบบมี “เพชร หรืออัญมณีเรียงกันรอบนิ้ว”

แหวนแต่งงานแบบที่มีอัญมณีเรียงกันรอบวงนิ้ว หรือ Eternity Ring หรืออีกนามหนึ่งคือ Infinity Ring เป็นแหวนแต่งงานที่มีเพชร หรืออัญมณีเรียงกันรอบวงนิ้ว มีความหมายถึง ความรักที่จะไม่มีวันสิ้นสุด ตลอดกาล นั่นเอง

แหวนแต่งงานแบบ “บ่าข้าง”

แหวนแต่งงานแบบบ่าข้าง หรือ Supporter Ring เป็นรูปแบบของแหวนแต่งงานที่มีเพชรหรืออัญมณีเม็ดเด่นอยู่ตรงกลาง และมีอัญมณี หรือเพชรเม็ดเล็กๆ ประดับแนวคอแหวนทั้งสองข้าง จึงมีความหมายว่า การช่วยกันประคับประคองความรักนี้ให้ยืนนานตลอดไป หรืออีกนัยหนึ่งจะหมายถึง ความสุขสบาย การมีลูกมีหลานคอยเกื้อหนุนตลอดไป นั่นเอง

แหวนแต่งงานแบบที่มีลักษณะ “แหวน 3 วง”

แหวนแต่งงานที่ออกแบบมาให้มีลักษณะเหมือนแหวนสามวง เรียงชิดติดกัน  โดยไม่สามารถแยกออกเป็นวงใดวงหนึ่งได้ ซึ่งเรียกว่า Trinity Ring มีความหมายสื่อว่า ความรักที่กลมเกรียว แน่นแฟ้นเป็นหนึ่งเดียว และเราจะไม่มีวันพรากจากกันชั่วนิจนิรันดร์

นับตั้งแต่โบราณกาล แหวนแต่งงานเปรียบเสมือนตัวแทนของความรักระหว่างชายหญิงที่พร้อมจะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันตลอดไป และยังเป็นเครื่องหมายแทนคำมั่นสัญญา ว่าจะมั่นคงตลอดไปอีกด้วย ดังนั้นแล้ว ชาวตะวันตกส่วนใหญ่จึงถือว่า การแต่งงานเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการครองชีวิตคู่ และพวกเขาจะตัดสินใจแต่งงาน ก็ต่อเมื่อมั่นใจแล้วว่า ชาย หรือหญิงที่พวกเขาเลือกจะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันไปจนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายนั้น คือคนที่ “ใช่” จริงๆ ด้วยเหตุนี้ การหย่าร้างของชาวตะวันตกจึงมีอยู่น้อยมาก เมื่อเทียบกับคนไทย…ทั้งที่ความจริงแล้ว ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น!


waayu

16,109 views

(นามปากกา : วายุ, วิสัชนา, อารีรัตน์) ชอบปลูกต้นไม้ อ่านหนังสือ เขียนหนังสือ และวาดรูป เคยเป็นครูอนุบาล ครูประถม ครูมัธยมต้น ครูสอนจินตคณิต(สมาร์ทเบรน) มีงานเขียนพ็อกเก็ตบุ๊ค และ E-book ที่ mebmarket.com Facebook

Profile

Pickup posts

Related posts