• HOME
  • BLOG
  • Simply Tips
  • อาการคนท้อง 1 เดือน พร้อมวิธีแก้อาการแพ้ท้อง

อาการคนท้อง 1 เดือน พร้อมวิธีแก้อาการแพ้ท้อง

อาการคนท้อง 1 เดือน ถึง 3เดือน อาการคนท้อง 1 เดือน พร้อมวิธีแก้อาการแพ้ท้อง
Simply Tips

สำหรับคุณแม่มือใหม่ที่รู้แล้วว่าตัวเองตั้งครรภ์ ก็อาจเกิดความกังวลในหลาย ๆ ด้าน เช่น ตัวเองจะเป็นแม่ได้ดีหรือเปล่า? ฉันต้องดูแลตัวเองอย่างไร? และที่สำคัญ คุณแม่หลาย ๆ คนคงอยากรู้ใช่ไหมล่ะคะว่า อาการคนท้อง 1 เดือนไปจนถึงอาการคนท้อง 3 เดือนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อเป็นการให้คุณแม่ได้รับมือกันอย่างถูกต้องและไม่เครียดจนส่งผลถึงลูกน้อยวันนี้แม่โน้ตมีข้อมูลมาฝากค่ะ

 

อาการคนท้อง 1 เดือน

ร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ดังนี้ค่ะ

ประจำเดือนขาด

โดยปกติแล้วระยะห่างของประจำเดือนในแต่ละเดือนจะอยู่ 18 – 25 วันโดยประมาณ แต่มีระยะที่ห่างกันมากกว่านี้ เป็นไปได้ว่าอาจมีการปฏิสนธิเกิดขึ้นแล้วระหว่างไข่กับอสุจิ จึงทำให้ผนังมดลูกไม่ได้มีการหลุดลอกออกมาเป็นประจำเดือน

เวียนศีรษะ อาเจียน

โดยเฉพาะในช่วงเช้า เนื่องจากร่างกายมีฮอร์โมนโพรเจสเตอโรนและฮอร์โมนเอสเตอโรนมากเกินไป แต่ส่วนใหญ่พบว่าอาการนี้จะค่อย ๆ ดีขึ้นในช่วง สัปดาห์ที่ 3 ของการตั้งครรภ์

เต้านมและหัวนม

เนื่องจากฮอร์โมนในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและสูงมาก จึงส่งผลให้เต้านมคุณแม่มีอาการคัดและรู้สึกปวด ส่วนลานนมก็จะเริ่มมีสีที่คล้ำขึ้น

ปัสสาวะบ่อยขึ้น

เนื่องจากกระเพาะปัสสาวะเริ่มมีการถูกกดทับจากการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ จึงทำให้คุณแม่มีอาการปวดปัสสาวะบ่อยขึ้นนั่นเองค่ะ

มีตกขาวมากกว่าปกติ

เหตุจากมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน ทำให้หลังจากประจำเดือนขาดจะมีการตกขาวมากขึ้น ซึ่งถ้าสีของการตกขาวไม่ใช่สีเหลือง ไม่มีกลิ่นคาว แบบนี้คุณแม่ไม่ต้องกังวลค่ะ ไม่มีอันตรายอะไร แต่ถ้าเริ่มมีอาการคันร่วมด้วย มีกลิ่นคาว แบบนี้แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ทันทีนะคะ

เมื่อยล้า อ่อนเพลีย

เพราะร่างกายมีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเพิ่มมากขึ้น ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือด ความดันเลือด รวมถึงระบบไหวเวียนในเลือด กล้ามเนื้อมีการคลายตัว ร่างกายมีการเผาผลาญที่มากขึ้น ร่างกายจึงมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น ทำให้คุณแม่อ่อนเพลียนั่นเองค่ะ

ความต้องการทางเพศลดลง

เพราะร่างกายของคุณแม่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ต้องรับมือกับอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะอาการปวดศีรษะ แพ้ท้อง อาเจียน ปวดหลัง และอีกมากมาย ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ก็เป็นธรรมดาค่ะที่จะมีความต้องการทางเพศลดลง

วิธีแก้อาการแพ้ท้อง

แบ่งมื้ออาหารให้ถี่ขึ้น กินบ่อยขึ้น

ช่วงแรก ๆ สำหรับอาการแพ้ท้อง เป็นธรรมดาที่คุณแม่จะเหนื่อย และกินอะไรไม่ค่อยลง แต่ก็ควรต้องกินนะคะ เพราะไม่อย่างนั้นร่างกายจะไม่มีสารอาหารไปเลี้ยงทั้งคุณแม่และคุณลูก เพียงแต่แบ่งมื้ออาหารให้ถี่ขึ้น ลดปริมาณในแต่ละมื้อลงค่ะ แบบนี้ก็จะช่วยได้ แถมคุณแม่ก็จะไม่รู้สึกอึดอัดตัวอีกด้วยค่ะ

กินทุกอย่างเท่าที่แม่กินได้

อาการแพ้ท้องส่วนใหญ่ก็จะถึงขั้นอาเจียน เวียนศีรษะ อาจมีอาหารบางอย่างที่คุณแม่กินไม่ได้เลย เพราะรู้สึกเหม็น (จากเดิมก่อนตั้งครรภ์ไม่เคยเหม็น) ดังนั้น อาหารอะไรก็ตามที่คุณแม่กินได้แม้จะเป็นบิสกิต หรือน้ำหวาน (ขอหวานน้อยนะคะ) ก็ควรกินไว้ก่อนค่ะ ไม่อย่างนั้นคุณแม่จะรู้สึกเพลียมาก

ตื่นปุ๊บกินปั๊บ

เพราะคุณแม่ที่แพ้ท้องนั้น ระดับน้ำตาลในเลือดจะลดลง เพราะฉะนั้นคุณแม่ควรเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งตัวสำคัญก็คือ “คาร์โบไฮเดรตหรือแป้ง” นั่นเอง อาทิ น้ำหวาน เครกเกอร์ บิสกิต คุณแม่สามารถวางไว้ใกล้ตัวหรือหัวเตียงได้เลยค่ะ

น้ำขิงอุ่น ๆ ซักแก้ว

ขิงเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณดี ๆ มากมาย ไม่ว่าจะแก้อาการท้องอืด บรรเทาอาการปวดท้อง บรรเทาอาการคลื่นไส้ ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าหรือห้างสรรพสินค้าทั่วไป ทานกับเครกเกอร์หรือบิสกิตก็อร่อยไปอีกแบบค่ะ

จิบน้ำเปล่าสะอาดบ่อย ๆ

เพราะการอาเจียนทำให้ร่างกายคุณแม่อ่อนเพลียได้ค่ะ แต่การจิบน้ำเปล่าสะอาดบ่อย ๆ เพื่อป้องกันภาวะร่างกายขาดน้ำค่ะ

Perpermint ใบสะระแหน่

ขอบคุณภาพ Freelik.com

เคี้ยวสะระแหน่

เพราะสะระแหน่จะมีความเย็นอยู่ คุณแม่สามารถเอาสะระแหน่มาเคี้ยวได้นะคะ เพราะความเย็นของมันจะช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ และเพิ่มความสดชื่นให้คุณแม่ได้อีกด้วยค่ะ

ออกกำลังกายเบา ๆ

อาจเป็นการยืดเส้นยืดสายเบา ๆ ก็พอนะคะ ยกเว้นว่าถ้าคุณแม่ท้องคนไหนที่เคยออกกำลังกายมาอย่างหนักหน่วงตั้งแต่ก่อนท้อง แบบนี้ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนนะคะ เพื่อความปลอดภัยทั้งคุณแม่และคุณลูกค่ะ

นั่งสมาธิ

การได้ใช้เวลาไปกับการนั่งสมาธิก็จะทำให้คุณแม่ได้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น อย่างน้อยก็เป็นการเบี่ยงเบนความสนใจ ไม่ให้คุณแม่ไปคิด ไปกังวล หรือเอาใจไปจดจ่อกับอาการแพ้ท้องได้ค่ะ

กินวิตามินบี 6 อย่างต่อเนื่อง

เพราะการที่คุณแม่มีอาการคลื่นไส้ ส่วนหนึ่งก็มาจากการที่ร่างกายขาดวิตามินบี 6 ซึ่งคุณแม่สามารถใช้การทานอาหารเสริมช่วยได้ แต่การทานไม่ควรเกิน 10 – 25 มิลลิกรัม 3 ครั้ง ต่อวัน และที่สำคัญ ก่อนทานยาอะไรครปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง

กินยาแก้อาการคลื่นไส้

คุณแม่ท้องต้องพึงระลึกไว้เสมอนะคะว่า การจะทานยาอะไรควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพราะยาบางชนิดมีผลกระทบต่อลูกในท้อง โดยยาที่สามารถบรรเทาอาการแพ้ท้อง ได้แก่ Diclegis, Zofran (Ondansetron) และ Vistaril (Hydroxizine) เป็นต้น

ขอบคุณข้อมูล momlovesbest.com

แม่โน้ต

18,733 views

คุณแม่ลูกหนึ่ง ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูกแบบ "Tradigital" แบบดั้งเดิมผสมผสานกับความดิจิทัลในยุคปัจจุบัน เน้นเลี้ยงลูกให้เป็นคนธรรมดาที่มีสุข

Profile

Pickup posts

Related posts