• HOME
  • BLOG
  • Simply Tips
  • กระบวนการผลิตน้ำนม เป็นมาอย่างไร?

กระบวนการผลิตน้ำนม เป็นมาอย่างไร?

น้ำนมแม่มีกระบวนการการผลิตอย่างไร
Simply Tips

เป็นที่ทราบกันดีว่า “น้ำนมแม่”  นั้นมีประโยชน์มหาศาล ซึ่งอาหารที่คุณแม่ทานเข้าไปนั้นบางอย่าง บางส่วนจะถูกส่งต่อถึงลูกผ่านมายังน้ำนมแม่ แต่เราเคยฉุกคิดกันไหมคะว่า “กระบวนการผลิตน้ำนมของแม่เกิดมาได้อย่างไร?” กว่าจะกลั่นออกมาให้ลูกกิน วันนี้เราจะไปดูกระบวนการการผลิตน้ำนมแม่กันค่ะ

 

กระบวนการการผลิตน้ำนมแม่

กระบวนการการผลิตน้ำนมแม่นั้น แบ่งออกได้เป็น 3 ช่วง โดยน้ำนมจะเริ่มสร้างขึ้นตั้งแต่ระยะที่เริ่มตั้งครรภ์จนถึงระยะหลังคลอด เรามาดูกันทีละช่วงเลยค่ะ

ช่วง Lactogenesis I

นับช่วงที่ 1
ซึ่งเป็นช่วงที่นมแม่เริ่มสร้างฮอร์โมน โดยจะเริ่มตั้งแต่ระยะการตั้งครรภ์ประมาณ 16-22 สัปดาห์ไปจนถึงวันแรกหลังการคลอด ร่างกายคุณแม่จะเริ่มผลิต “หัวน้ำนม หรือ Colostrum” ในปริมาณที่น้อยนิดนะคะ ไม่กี่ CC เอง แต่มีประโยชน์สำหรับลูกน้อยมากๆ เลยทีเดียว
โน้ตเรียกมันว่า Colostrum ทรงพลัง” 555

“ซึ่งในช่วงไตรมาสแรกของระยะตั้งครรภ์นี้ น้ำนมจะถูกสร้างจากการกระตุ้นของฮอร์โมน Estrogen, Progesterone, Prolactin, HPL และยังมีฮอร์โมนอื่นๆ ร่วมด้วย ในระยะนี้เต้านมของคุณแม่จะมีท่อนมงอกและแตกแขนงที่ตรงส่วนปลายท่อ ซึ่งจะกลายเป็นต่อมน้ำนมที่มารวมกัน”

ต่อมาในช่วงตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 2 ฮอร์โมน HPL จะเป็นตัวกระตุ้นให้มีการผลิตน้ำนมช่วงแรกแต่ยังไม่มีน้ำนมไหลออกมานะคะ จนกระทั่งช่วงของการตั้งครรภ์ในไตรมาสที่ 3 ต่อมน้ำนมและขนาดเต้านมเริ่มขยายขนาดมากขึ้น หากช่วงนี้จะมีน้ำนมที่ไหลออกมาบ้างในปริมาณที่เล็กน้อยก็ไม่ต้องตกใจนะคะ เป็นเรื่องปกติ

ช่วง Lactogenesis II

หรือ “ช่วงน้ำนมหลังคลอด”
น้ำนมส่วนนี้จะเกิดขึ้นหลังการคลอดประมาณ 30-40 ชม.โดยฮอร์โมน Prolactin จะทำหน้าที่กระตุ้นให้มีการผลิตน้ำนมมากขึ้นภายใน 2-3 วันหลังคลอด คุณแม่จะรู้สึกได้ว่าเต้านมนั้นตึงมากขึ้น นั่นก็เป็นเพราะว่าเต้านมมีการผลิตน้ำนมมากขึ้นและมีการไหลเวียนของเลือดในเต้านมมากขึ้น จึงทำให้คุณแม่ส่วนใหญ่รู้สึกว่า “น้ำนมมาแล้ว” หลังจากคลอดแล้ว 2-3 วัน และหลังจากนั้นประมาณ 3-4 วัน น้ำนมจะผลิตได้มากหรือน้อยอย่างต่อเนื่อง ก็ขึ้นอยู่กับการดูดของทารกและการนำน้ำนมออกมาจากเต้าแล้วล่ะค่ะ

**ใน 2 ช่วงแรก กระบวนการการผลิตของน้ำนมจะเกิดขึ้นจากการกระตุ้นของฮอร์โมนนะคะ โดยไม่ว่าลูกจะดูดหรือไม่ก็ตาม ร่างกายก็จะยังคงผลิตน้ำนมได้เองโดยธรรมชาติค่ะ**

ขอบคุณภาพประกอบจาก Breastfeedingthai.com

ช่วง Galactopoiesis

ช่วงนี้เป็นช่วงที่สำคัญมาก เพราะช่วงนี้น้ำนมไม่ผลิตออกมาจากการกระตุ้นของฮอร์โมนอย่างเดียวแล้วค่ะ แต่…สำคัญตรงที่ว่าคุณแม่ต้อง…

“กระตุ้นการผลิตน้ำนมโดยการดูดของลูก การบีบนมออกมาด้วยมือหรือจะเครื่องปั๊มนม”

เพราะฉะนั้นแล้ว ในช่วงสัปดาห์แรกหลังคลอดจึงสำคัญมาก เพราะการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะประสบความสำเร็จอย่างง่ายดายหรือยากลำบากจะอยู่ที่ช่วงนี้ค่ะ ยิ่งถ้าคุณแม่สามารถนำน้ำนมออกมาได้มากเท่าไหร่ ร่างกายก็จะผลิตน้ำนมได้มากเท่านั้น

ซึ่งหากคุณแม่รู้สึกว่าน้ำนมนั้นยังน้อยอยู่ ยิ่งต้องให้ลูกดูดกระตุ้นบ่อยขึ้นนะคะ ไม่ใช่การให้นมผงเสริม เพราะจะเป็นการแทรกแซงกลไกธรรมชาติของกระบวนการการผลิตน้ำนม แถมเป็นการซ้ำเติมให้นมแม่ยิ่งมาช้าและน้อยลงกว่าเดิม

“ทั้งนี้ วิธีที่จะเร่งให้น้ำนมมาเร็วและเยอะก็คือ คุณแม่ต้องมีวินัย พยายามนำน้ำนมออกมาจากร่างกายให้ได้มากที่สุด ด้วยการให้ลูกดูดอย่างถูกวิธีบ่อยๆ”

แต่ด้วยความที่ใน 2-3 วันแรก ทารกจะนอนหลับเป็นส่วนใหญ่ คุณแม่เองก็อาจเพลียจากการคลอด
การมีเครื่องปั๊มนมก็จะเป็นตัวช่วยในการนำน้ำนมออกมาจากร่างกายได้อย่างดีเลยค่ะ เพราะถ้ารอให้ลูกดูดอย่างเดียวน้ำนมอาจผลิตได้น้อย

สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ คุณแม่บางท่านอยากให้มีน้ำนมออกเยอะๆ ใช้เครื่องปั๊มมือ เร่งบีบและใช้แรงเยอะ สิ่งนี้อาจทำให้คุณแม่เจ็บเต้านมหรือหัวนมแตกได้ เมื่อถึงเวลาที่ลูกจะดูดกลับดูดไม่ได้เพราะเต้านมของคุณแม่เจ็บซะก่อนแล้ว

ได้รู้กันแบบนี้แล้วว่าน้ำนมนั้นมีกระบวนการผลิตอย่างไร และการที่จะกระตุ้นให้มีน้ำนมมากๆ อย่างถูกวิธีต้องทำอย่างไร คุณแม่ก็ใจเย็นๆ พักผ่อนร่างกายให้เพียงพอ กระตุ้นการผลิตน้ำนมอย่างค่อยเป็นค่อยไปนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ

หลักการผลิตน้ำนมในแต่ละวัน

ในเรื่องนี้ได้เคยมีผลงานการวิจัยออกมาระบุว่า

“ปริมาณน้ำนมจะมีมากที่สุดในช่วงเช้า (ซึ่งถ้าต้องการทำสต็อก ช่วงเช้านี้เหมาะที่สุด) และจะค่อย ๆ ลดลงเมื่อเข้าช่วงบ่ายและเย็นตามลำดับ ในขณะที่ปริมาณไขมันในน้ำนมจะยังมีน้อยในช่วงแรก แต่จะค่อย ๆ เพิ่มมากขึ้นในช่วงเย็นเป็นต้นไป”

 

ความสามารถในการเก็บน้ำนมของเต้านม

ข้อนี้เกี่ยวด้วยหรือ?

…เกี่ยวค่ะ

ความสามารถในการเก็บน้ำนมของเต้านมหรือจะพูดง่าย ๆ ว่า “ขนาดเต้านม” ของคุณแม่นั่นเองที่จะมีปริมาณน้ำนมที่ไม่เท่ากัน และแต่ละข้างของคุณก็มีปริมาณน้ำนมที่ไม่เท่ากันเช่นกัน แต่….ขนาดของเต้านมที่เล็กก็ไม่ได้หมายความว่าคุณแม่จะมีปริมาณน้ำนมน้อยนะคะ แต่อยู่ที่ความสามารถในการผลิตน้ำนมของคุณแม่มากกว่า

คุณแม่ที่สามารถเก็บปริมาณน้ำนมได้มากในแต่ละมื้อจะช่วยให้ระยะเวลาระหว่างมื้อของลูกน้อยนั้นห่างมากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นลูกน้อยต้องดูดให้เกลี้ยงเต้าด้วยนะคะ แต่ที่สำคัญคือ ถ้าลูกน้อยดูดเต้าน้อย การผลิตน้ำนมก็จะได้ปริมาณที่น้อยตามไปด้วย

 

วิธีเพิ่มปริมาณน้ำนม

น้ำนมจะมีการผลิตขึ้นมาใหม่อยู่ตลอดเวลาในความเร็วที่ขึ้นอยู่ว่าเต้านมนั้นว่างหรือเต็ม เมื่อน้ำนมถูกสะสมเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ หลังจากระยะเวลาที่ลูกดูดครั้งสุดท้าย เมื่อน้ำนมเริ่มเต็ม ร่างกายก็จะเรียนรู้ว่าฉันจะผลิตน้ำนมน้อยลงแล้วนะ ดังนั้น ถ้าคุณแม่ต้องการที่จะกระตุ้นให้ร่างกายผลิตน้ำนมมากขึ้นในแต่ละวัน สิ่งที่คุณแม่ต้องทำคือ ทำให้เต้าว่างให้บ่อยมากขึ้น

จากที่กล่าวมาทั้งหมด สามารถสรุปได้ว่า

คุณแม่ต้องทำให้เต้าว่างบ่อยขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นการให้ลูกดูดเต้าให้บ่อยกว่าเดิม และ/หรือปั๊มออกระหว่างมื้อหลังจากที่ลูกดูดแล้ว

ให้เกลี้ยงเต้าได้มากที่สุด

ไม่ว่าจะเป็นการให้ลูกดูดเต้าหรือใช้การปั๊มออกก็ตาม คุณแม่ต้องพยายามให้เกลี้ยงเต้าได้มากที่สุด

**ทั้งนี้ เด็กบางคนจะชอบดูดเต้าในปริมาณที่มีน้ำนมเยอะอยู่ แต่พอเริ่มดูดยากขึ้น ลูกก็จะไม่ดูดต่อ คุณแม่จึงเปลี่ยนเต้า ถ้าเป็นแบบนี้ หลังจากที่ลูกน้อยดูดเต้าอิ่มแล้ว ให้คุณแม่ปั๊มนมออกอีกครั้งให้เกลี้ยงเต้าทั้งสองข้างนะคะ

เทคนิคทำให้เกลี้ยงเต้า

  • ให้ลูกเข้าอย่างถูกวิธี (คลิกที่นี่ >> วิธีให้ลูกดูดเต้า เข้าเต้าอย่างถูกวิธี ฉบับแม่มือใหม่เทิร์นโปร)
  • ใชการนวดเต้านม ประคบน้ำอุ่นที่หน้าอกช่วย
  • ให้ลูกดูดเต้าให้เกลี้ยงไปทีละข้างก่อน รอจนลูกดูดให้พอใจเสียก่อน แล้วค่อยเปลี่ยนข้าง
  • หากลูกดูดจนอิ่มแล้ว แต่คุณแม่รู้สึกว่าลูกยังดูดไม่หมดให้ปั๊มออกนะคะ เพื่อให้เต้าได้ว่างมากที่สุด

 

การเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิตน้ำนมในแต่ละช่วงวัยของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

ในระยะหลังคลอดคุณแม่จะต้องเจอกับการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของกระบวนการผลิตน้ำนมในแต่ละช่วงวัย ซึ่งสามารถแบ่งออกได้ ดังนี้ค่ะ

ช่วง 2 – 3 วันแรก

ในช่วงหลังคลอด 2 – 3 วันแรกนี้ คุณแม่จะพบว่าร่างกายมีน้ำนมแล้ว แต่ในปริมาณที่ยังน้อยอยู่

ช่วง 2 – 3 สัปดาห์แรก

ร่างกายคุณแม่จะยังมีการผลิตน้ำนมออกมาอย่างต่อเนื่อง หากมีการดูดหรือปั๊มออก ขณะเดียวกัน น้ำนมก็จะค่อย ๆ หายไปหากไม่มีการปั๊มออกอย่างสม่ำเสมอในช่วงนี้

นอกจากนี้ ในช่วงนี้น้ำนมของคุณแม่จะมีมากขึ้นเรื่อย (หากมีการดูดหรือปั๊มออกอย่างสม่ำเสมอ) มากจนเกินความต้องการของลูกน้อย ซึ่งจะสังเกตได้จากขณะที่ลูกกำลังดูดข้างหนึ่งอยู่ แต่อีกข้างก็ดันมีไหลซึมออกมาแล้ว หรือบางครั้งอาจมีการไหลซึมออกก่อนที่จะถึงมื้อนมของลูกด้วยซ้ำ ซึ่งก็สอดคล้องกับความต้องน้ำนมที่เพิ่มมากขึ้นของลูกค่ะ

ช่วง 1 – 6 เดือน

ช่วงนี้ลูกน้อยจะมีความต้องการน้ำนมแม่คงที่หรือถ้าจะเพิ่มก็เพิ่มเพียงเล็กน้อยและช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ของการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว หรือที่เรียกกันว่า Growth Spurts

ทั้งนี้ งานวิจัยที่มีอยู่ก็ไม่ได้ระบุว่า “ปริมาณน้ำนมที่ลูกน้อยต้องการนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามอายุหรือน้ำหนักตัวในช่วง 1 – 6 เดือนนี้แต่อย่างใด”

ช่วง 6 – 12 เดือน

มาในช่วงนี้ ถึงแม้ว่าทารกเริ่มที่จะได้รับอาหารเสริมแล้วแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าลูกน้อยไม่ต้องการน้ำนมแม่อีก กลับกันน้ำนมแม่ยังถือเป็นอาหารหลักของลูกน้อยอยู่โดยเฉพาะในขวบปีแรก

ช่วง 1 ½ – 3 เดือนแรก

ในระยะแรกคลอดฮอร์โมนโปรแล็คตินที่เคยอยู่ในระดับสูงก็จะค่อย ๆ ลดลงสู่ระดับที่ปกติในการผลิตน้ำนม เมื่อฮอร์โมนดังกล่าวลดลงคุณแม่จะรู้สึกว่าไม่ได้คัดเต้าเหมือนในช่วงแรก น้ำนมที่เคยพุ่ง หรือไหลซึมก็จะค่อย ๆ หายไป จนกระทั่งไม่ได้รู้สึกถึงการหลั่งของน้ำนม ((Let down reflex) และปริมาณน้ำนมที่ได้จากการปั๊มออกก็ลดลงด้วย

อย่างหนึ่งอยากให้คุณแม่จำไว้ว่า ในช่วงแรกที่คุณแม่รู้สึกถึงอาการคัดตึง เจ็บปวดเต้า หรือมีการไหลซึมของน้ำนมนั้น นั่นคือ น้ำนมที่ผลิตออกมานั้นเกินความต้องการของลูกน้อย แต่เมื่อผ่านไปสักระยะ ร่างกายปรับตัวได้ ปริมาณน้ำนมก็จะพอดีกับความต้องการของลูกในแบบที่ไม่มีส่วนเกิน แต่ไม่ใช่ว่าน้ำนมไม่พออย่างที่คุณแม่หลายคนคิดและกังวลกันนะคะ เพียงแต่ให้คุณแม่เอาลูกดูดเต้าหรือมีการปั๊มออกอย่างสม่ำเสมอ โดยที่ไม่ต้องให้นมผสมเพิ่ม ร่างกายก็จะสามารถผลิตน้ำนมได้เพียงพอต่อความต้องการของลูกได้ตรายนานเท่านานเลยล่ะค่ะ

ต้องรอให้น้ำนมเต็มเต้าก่อนหรือเปล่าค่อยให้ลูกดูด

เมื่อให้ลูกดูดเกลี้ยงเต้าแล้ว คุณแม่บางคนอาจเข้าจ่าต้องรอให้น้ำนมเต็มเต้าก่อนแล้วค่อยให้ลูกดูด ซึ่งเหล่านี้เป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้องอย่างยิ่งค่ะ

เพราะในความเป็นจริงแล้ว เต้านมมีการผลิตน้ำนมอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว ดังนั้น เต้านมจะไม่ได้เกลี้ยงจริง ๆ ปริมาณน้ำนมที่ลูกน้อยดูดไป จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความหิวของลูกน้อย ซึ่งต่างกันไปในแต่ละมื้อ โดยทั่วไปแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 75 – 80% ของปริมาณน้ำนมที่มีอยู่ในเต้านม

ยิ่งคุณแม่พยายามทำให้น้ำนมในเต้าน้อยลงมากเท่าไหร่ เต้านมก็จะยิ่งผลิตน้ำนมได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น เพราะฉะนั้น เมื่อลูกน้อยดูดนมไปมากแค่ไหน น้ำนมก็จะผลิตมากขึ้นเท่านั้นค่ะ ดังนั้น การที่คุณแม่กำหนดเวลาแป๊ะ ๆ ว่ากี่ชั่วโมงลูกถึงจะดูดนมได้นั้น (ด้วยความเข้าใจผิดว่าต้องรอให้น้ำนมเต็มเต้า) แบบนี้จะไม่ได้ช่วยให้เต้านมผลิตน้ำนมมากขึ้นนะคะ กลับกัน หากเว้นช่วงเวลาที่ดูดเต้าหรือปั๊มนมออกนาน ๆ จะทำให้กระบวนการการผลิตน้ำนมได้น้อยลง การสะสมของน้ำนมก็จะใช้เวลาที่นานขึ้น

ขอบคุณข้อมูล breastfeedingthai.com


แม่โน้ต

212,639 views

คุณแม่ลูกหนึ่ง ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูกแบบ "Tradigital" แบบดั้งเดิมผสมผสานกับความดิจิทัลในยุคปัจจุบัน เน้นเลี้ยงลูกให้เป็นคนธรรมดาที่มีสุข ติดต่อได้ที่ e-mail : bepatsita9@gmail.com

Profile

Related posts