• HOME
  • BLOG
  • Simply Tips
  • เด็กขาด Self Esteem เป็นเด็กขี้วีน ติดตัวไปจนโต (ตอนที่ 1/2)

เด็กขาด Self Esteem เป็นเด็กขี้วีน ติดตัวไปจนโต (ตอนที่ 1/2)

เด็กขี้วีน ติดตัวไปจนโต เพราะขาด Self Esteem
Simply Tips

โดยธรรมชาติของคนที่เป็นพ่อเป็นแม่ เวลาที่ลูกเราทำอะไรได้สำเร็จจากการพยายาม เราก็จะชมเชยลูกอยู่แล้วถูกไหมค่ะ เวลาที่ลูกอยากเรียนรู้อะไรพ่อแม่ก็จะคอยบอกคอยสอนอยู่แล้ว หรือเวลาที่ลูกออกความคิดเห็นอะไรถ้ามันถูกต้องเราก็ยอมรับ แต่ถ้าไม่ถูกต้องเราก็อธิบายสิ่งที่ถูกต้องให้กับเค้า โดย…ทั้งหมดทั้งมวลที่โน้ตพูดมา มันคือ ส่วนหนึ่งของคำว่า Self Esteem ที่เด็กควรได้รับการปลูกฝังค่ะ

โน้ตก็เลยหันมาศึกษาจริงจังขึ้นในเรื่องที่เกี่ยวกับ Self Esteem นี้ แล้วพบว่า ประเด็นหลักและเป็นประเด็นใหญ่ซะด้วยก็คือ การที่พ่อแม่เป็นกังวลว่าทำไมลูกเพิ่งอายุได้ 2 ขวบแต่ก็ขี้วีน ขี้โมโหแล้ว และไม่เพียงแค่นั้นนะคะ เรื่องของอารมณ์ที่ขี้โมโหนี้ หากไม่ได้รับการแก้ไข มันจะติดตัวไปจนโต ซึ่งสิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือ

“เจ้าตัวไม่รู้ตัวว่าทำไมตัวเองถึงเป็นคนขี้หงุดหงิดง่ายได้ขนาดนี้?”

Self Esteem มีความสำคัญมากกว่าที่เราคิดไว้เยอะ

           วันนี้แม่โน้ตอยากชวนคุณพ่อคุณแม่มาคุยกันก่อนค่ะว่า เจ้า Self Esteem คือ อะไร ทำไมต้องปลูกฝัง แล้ววิธีการปลูกฝังลูกนั้นมีอะไรบ้าง แล้วค่อยมาต่อกันในเรื่องของเด็กขี้วีนเกี่ยวอะไรกับการที่มี Self Esteem ต่ำ

 

Self Esteem หรือ การเห็นคุณค่าในตนเอง คืออะไร?

การเห็นคุณค่าในตนเอง หรือ Self Esteem ก็คือ ความรู้สึก ความคิดที่มีต่อตัวเอง ซึ่งจะส่งผลต่อการกระทำ ความกระตือรือร้นในการใช้ชีวิต รวมไปถึงความสามารถในการรับมือกับอารมณ์และเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวโดย…

ผู้ที่มี Self Esteem สูง – จะมีทัศนคติที่ดีต่อตนเอง มีมุมมองในการใช้ชีวิตในแง่บวก
ผู้ที่มี Self Esteem ต่ำ – จะมีทัศนคติลบต่อตนเอง มองทุกอย่างเป็นแง่ลบ จะขาดความกระตือรือร้นในการดำเนินชีวิต

 

ลักษณะของผู้ที่มี Self Esteem ต่ำ

  • รู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นที่ต้องการ ไม่เป็นที่รักของใคร
  • รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า
  • เกลียดตัวเอง
  • ไม่มีความมั่นใจ
  • โทษตัวเอง
  • ไม่มีความสุข
  • มักพบปัญหาในเรื่องการตัดสินใจ
  • แม้ได้รับคำชมจากผู้อื่น ก็ไม่เชื่อ

จากทัศนคติด้านบน จะเห็นว่าสุดท้ายแล้วเด็กกลุ่มนี้ก็จะกลายเป็นเด็กที่ชอบเก็บตัวเงียบ ไม่ชอบพบปะผู้คน แล้วเอาเรื่องทุกเรื่องที่ตนเองคิดไปเองว่าไม่ดีมาสุมไว้กับตัวเอง ท้ายที่สุดแล้ว บางรายอาจถึงขั้นทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตายได้

ทำความเข้าใจพฤติกรรมเด็กในวัย 2-5 ขวบ

“ทำไมลูกเป็นเด็กขี้โมโห ขี้หงุดหงิด และขี้วีน?”

           แม่โน้ตอยากให้คุณพ่อคุณแม่นึกย้อนไปเรื่องของพฤติกรรมและพัฒนาการของเด็กแต่ละช่วงวัยเพื่อทำความเข้าใจกันซักนิดก่อนนะคะ
เด็กอายุ 2-5 ปี – จากทารกที่ยังสื่อสารได้ไม่เป็นคำพูด จนเริ่มโตขึ้น เริ่มมีคำศัพท์ในหัวมากขึ้น (แต่ก็ยังไม่มากพอที่จะสื่อสารในเรื่องที่ซับซ้อน) เริ่มมีความคิดเป็นของตนเอง อยากมีส่วนร่วม อยากทำโน่น นี่ นั่น เอง อยากให้คุณพ่อคุณแม่ชมเชยเค้าในสิ่งที่เค้าพยายามทำ อยากให้คุณพ่อคุณแม่ยอมรับในตัวเค้า ซึ่งเค้าอยากพิสูจน์ตัวเองให้คุณพ่อคุณแม่เห็น และสุดท้ายอยากได้รับความรักจากคุณพ่อคุณแม่นั่นเอง

ทำไมเด็กขี้โมโห ขี้หงุดหงิด และขี้วีน

ลูกไม่เคยได้รับคำชมจากพ่อแม่

เริ่มแรกคุณพ่อคุณแม่ต้องเข้าใจก่อนค่ะว่าเด็กทุกคนต้องการให้คุณพ่อคุณแม่ภูมิใจในตัวเค้า ด้วยการ “ให้คำชมเชยตามสมควร” ไม่ใช่นึกชื่นชมในใจ อย่างนี้เด็กก็ไม่สามารถรับรู้ได้ค่ะ

ไม่ยอมรับความคิดเห็นของลูก

เพราะความที่คุณพ่อคุณแม่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะกว่า จึงมั่นใจว่าวิธีการแก้ปัญหาได้ดีกว่า จึงไม่ยอมรับความคิดเห็นของลูก สุดท้ายเมื่อเด็กเจอบ่อยๆ เข้า เค้าจะรู้สึกว่า เค้าเป็นคนที่แก้ปัญหาไม่เก่ง และไม่สามารถแก้ปัญหาได้

ไม่ปล่อยให้ลูกได้แสดงความสามารถ

ย้อนกลับหัวข้อก่อนหน้าที่แม่โน้ตบอกว่า ลูกทุกคนอยากทำให้คุณพ่อคุณแม่ภูมิใจกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้น ถ้าคุณพ่อคุณแม่ไม่มีเวทีให้เค้าแสดงออก เค้าก็จะรู้สึกว่า “ฉันเป็นคนไม่มีความสามารถอะไรเลย ทำอะไรก็ไม่เป็น”

และมาถึงตรงนี้ขอดอกจันล้านดอกตัวโตๆ เพราะ…เดี๋ยวเราต้องตัดไปบทความถัดไปแล้วค่ะ สำหรับบทความถัดไปจะเป็นการบอกเล่าต่อว่า หลังจากที่เด็กถูกกระทำจากคุณพ่อคุณแม่แบบนี้แล้ว เด็กๆ จะมีการแสดงออกอย่างไร?         

 

แม่โน้ต

18,719 views

คุณแม่ลูกหนึ่ง ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูกแบบ "Tradigital" แบบดั้งเดิมผสมผสานกับความดิจิทัลในยุคปัจจุบัน เน้นเลี้ยงลูกให้เป็นคนธรรมดาที่มีสุข

Profile

Pickup posts

Related posts