Site icon simplymommynote

ของเล่น มีอิทธิพลต่อการเติบโตของลูกอย่างไร

ของเล่น มีอิทธิพลต่อการเติบโตของลูกอย่างไร

ของเล่น มีอิทธิพลต่อการเติบโตของลูกอย่างไร

การเล่นเป็นทักษะที่ติดตัวของเด็กมาโดยธรรมชาติ เด็กทุกคนต้องการเล่น การเล่นของลูกเชื่อมโยงกับการลอกเลียนแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเลียนแบบตัวละครในนิทาน เลียนแบบสัตว์สิ่งของจากธรรมชาติรอบตัว และต้นแบบที่สำคัญที่สุดคือ เลียนแบบพ่อแม่  การเล่นเป็นประโยชน์ต่อพัฒนาการของสมองและการเรียนรู้และช่วยเสริมสร้างจินตนาการ การเล่นที่เหมาะสมกับวัยยังจำเป็นต่อการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ดังนั้น “ของเล่น” ที่จะให้ลูกเล่นนั้น พ่อแม่ต้องเลือกอย่างพิถีพิถันสักหน่อย ของเล่นแต่ละชนิดมีอิทธิพลต่อลูกด้านใดบ้าง ไปติดตามกัน

ตุ๊กตาบาร์บี้ มีอิทธิพลอย่างไร?

บาร์บี้มีอิทธิพลกับเด็กที่กำลังจะเริ่มเป็นสาวเกือบทั่วโลกมากกว่าความเป็นเพื่อนเหมือนตุ๊กตาทั่วไป โดยเด็กๆ ตั้งความฝันที่จะโตขึ้นแล้วสวย แต่งตัวทันสมัย ใส่เสื้อผ้าที่ออกแบบโดยนักออกแบบที่มีชื่อเสียง ซึ่งเป็นอีกพัฒนาการหนึ่งของตุ๊กตาบาร์บี้ในระยะเวลาต่อมา ทำให้เด็กๆ มองว่า บาร์บี้คือสิ่งที่พวกเขาอยากจะเป็นในอนาคต

พ่อแม่หลายคน รวมถึงนักสิทธิสตรีในโลกตะวันตกจึงได้เริ่มออกมาต่อต้านตุ๊กตาบาร์บี้ เพราะเห็นว่าความงามสำเร็จรูปของบาร์บี้ ที่มีผมทอง ตาโตสีฟ้า เอวบาง อกอิ่ม เป็นอิทธิพลเชิงลบที่อาจจะทำให้เด็กหญิงหลายคนยึดติดว่าลักษณะทางกายภาพเหล่านี้เป็นความงามในอุดมคติของมนุษย์ผู้หญิง ทำให้บริษัทผู้ผลิตตุ๊กตาบาร์บี้ หันกลับมาผลิตตุ๊กตาที่มีสีผิว สีผม สีนัยน์ตา และรูปร่างที่แตกต่างหลากหลายมากขึ้น รวมไปถึงมีอาชีพ กว่า 200 อาชีพให้เลือก

แต่ก็ดูเหมือนจะสายไปเสียแล้ว พ่อแม่พอจะมองภาพออกไหมคะว่า ในยุคของแม่เองเมื่อครั้งยังเด็กก็ใฝ่ฝันว่าอยากมีตุ๊กตาบาร์บี้ไว้ในครอบครองเพราะความสวยงามและหรูหราของเธอ หรือในปัจจุบันตัวเราเองมองเรื่องความงามและรูปร่างในมุมมองแบบไหนกัน ดังนั้นของเล่นที่ลูกชื่นชอบจึงมีอิทธิพลต่อมุมมอง ความคิด และการใช้ชีวิตของลูกในอนาคตทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัวได้เช่นกัน

ตุ๊กตาบาร์บี้เป็นเพียงแค่ตุ๊กตาจริงหรือ?

พ่อแม่คงจะเริ่มมองภาพออกแล้วว่าของเล่นมีอิทธิพลในระยะยาวต่อตัวตนของลูก แต่ก็มีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่มองว่าบาร์บี้ก็เป็นแค่ตุ๊กตา ซึ่งเหมาะสมกับการละเล่นและน่าเอ็นดู แม้จะมีอิทธิพลต่อเด็กๆ ในวัยกำลังเรียนรู้อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้มากไปกว่าอิทธิพลจากพ่อแม่ ผู้ปกครอง ระบบการศึกษา และปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ยิ่งหากเด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีการขวนขวายหาความรู้นอกตำราด้วยตัวเองอยู่แล้วเป็นปกติ ก็เป็นเรื่องยากที่เด็กจะถูกตุ๊กตาหรือค่านิยมรอบข้างครอบงำจนคิดไม่เป็น แต่ถ้าครอบครัวใดมีปัจจัยแวดล้อมที่เข้มแข็งพอ เช่นความรัก ความใกล้ชิดกันในครอบครัว เด็กๆ ก็ย่อมหนีไม่พ้น จากการถูกครอบงำทางความคิดอยู่ดี

ของเล่นธรรมชาติ ช่วยพัฒนาจิตใจลูก

ก่อนหน้านี้ได้มีการศึกษาแนวบูรณาการแนวหนึ่งที่มีความเชื่อว่า “รากฐานของเด็กที่เราควรหล่อเลี้ยงไว้คือจินตนาการ” ดังนั้นวัสดุที่นำมาใช้ทำของเล่นให้เด็กในการศึกษาแนวนี้จึงล้วนมาจากธรรมชาติ เช่น กิ่งไม้ ท่อนไม้ เปลือกไม้ เมล็ดพืช ผ้า หรือขนแกะ เพราะจะทำให้เด็กมีจิตใจที่อ่อนโยน มองเห็นว่าโลก สิ่งแวดล้อม และสรรพสิ่งเป็นสิ่งเดียวกันต้องช่วยกันรักษา ทำให้เด็กสามารถคิดวิเคราะห์เป็น สามารถมองหาความงามได้ในทุกที่ แม้แต่ความไม่งามที่เด็กมองเห็นก็สามารถรับรู้ถึงศักยภาพของสิ่งนั้นได้

การศึกษานี้เรียกว่าการศึกษาแนววอลดอร์ฟ (Waldorf) ที่มีรากฐานมาจากมนุษยปรัชญาของ ดร.รูดอร์ฟ สไตเนอร์ (Rudolf Steiner) “การให้เด็กได้เล่นอิสระ (Free Play)” เป็นการให้เด็กได้เรียนรู้อย่างอิสระที่จะคิด และสร้างสรรค์ จากของเล่นชิ้นเล็กๆ ที่ได้จากวัสดุธรรมชาติ

เด็กก็จะเล่นด้วยการจำลองบทบาทสมมติตามจินตนาการ หากเป็นของที่ชิ้นใหญ่ขึ้นมาหน่อย อย่างโต๊ะไม้ เก้าอี้ไม้ เด็กก็จะเริ่มจินตนาการแล้วนำตัวเองใส่ลงไปในของเล่นที่แปรเปลี่ยนรูปร่างไปตามจินตนาการนั้นด้วย เช่น นำเก้าอี้มาต่อกันหลายตัวเป็นรถไฟ แล้วนำตัวเองเข้าไปนั่งในรถไฟนั้น เมื่อเด็กเริ่มโตและพร้อมที่จะเข้าสู่วัยของการเรียนวิชาการในชั้นประถมศึกษา จินตนาการก็จะถูกพัฒนาถึงขั้นสูงสุดคือ เด็กจะไม่ต้องเอาตัวเองเข้าไปเล่นตามจินตนาการนั้นแล้ว เพียงแค่นั่งนึกคิดและจินตนาการก็พบว่ามีภาพที่สมบูรณ์ภายในตัวเองได้อย่างมีความสุข และพึงพอใจแล้ว

ของเล่นพลาสติกตามท้องตลาดเล่นได้ไหม

ของเล่นทุกวันนี้ ส่วนใหญ่ผลิตจากโรงงานอุตสาหกรรม มีลักษณะคล้ายกันหมด เป็นความสมบูรณ์แบบที่ฉาบฉวย เด็กก็จะเล่นในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เมื่อหมดความตื่นเต้นก็จะเปลี่ยนชิ้นใหม่ ซื้อเพิ่ม เหล่านี้จะทำให้พ่อแม่ไม่สามารถหาความเชื่อมโยงของของเล่นพลาสติกซึ่งจะนำไปสู่ธรรมชาติได้ หรือทำได้ยากกว่าของเล่นที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ

ของเล่นธรรมชาติมีอิทธิพลกับจินตนาการเด็กอย่างไร?

พ่อแม่บางคนอาจจะยังจินตนาการไม่ออกว่าของเล่นธรรมชาติจะส่งผลต่อเด็กด้านใดบ้าง ไปดูกันค่ะ

ไม่มีรูปทรงที่ตายตัว

เช่น ขอนไม้หนึ่งท่อน เด็กสามารถฝึกจินตนาการว่าสิ่งนี้เป็น หนอน สุนัข ทารก กระต่าย หรือต้นไม้ แต่ถ้านำมาเรียงต่อกันหลายอันก็แปรเปลี่ยนเป็นงู รถไฟ หรือสายน้ำก็ได้ เป็นต้น

ผิวสัมผัสจากธรรมชาติ

การที่เด็กได้สัมผัสของเล่นที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ ก็เหมือนเด็กได้สัมผัสกับความเป็นธรรมชาติ เนื้อไม้ที่ขรุขระ ผ้าที่นุ่มลื่น ขนแกะที่อ่อนนุ่ม ขอนไม้ที่มีความโค้งมนแต่แข็งแรงและน้ำหนักที่แตกต่างกัน สิ่งเหล่านี้กระตุ้นการเรียนรู้ทางผัสสะของเด็กได้เป็นอย่างดีและสามารถเชื่อมโยงกับธรรมชาติของโลกใบนี้ได้

ทางด้านเชาว์ปัญญา

พ่อแม่หลายคนคิดว่าการเลือกของเล่นที่เสริมในด้านตรรกะ ความคิด เชาว์ปัญญาก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรส่งเสริมลูกตั้งแต่ยังเล็ก แต่กิฟท์อยากอธิบายว่า ในเด็ก 0-7 ขวบนั้นเรายังไม่ควรไปเร่งรัดระดับความคิด (Thinking) ให้ทำงาน เด็กเล็กควรได้เล่นอย่างอิสระให้ร่างกายแข็งแรงไปตลอดทุกส่วนของกล้ามเนื้อ ได้รับการกระตุ้นผัสสะทั้ง 5 ที่ดีและครบถ้วน ซึ่งจะเป็นรากฐานที่สำคัญนำไปสู่การมีอารมณ์/ความรู้สึก (Feeling) และมีความคิด (Thinking) ที่ดีในอนาคตตามลำดับค่ะ

วิธีเตรียมของเล่นจากธรรมชาติให้ลูก

หากอยากเลือกของเล่นให้ลูกจากวัสดุธรรมชาติ พ่อแม่สามารถทำได้ดังนี้ค่ะ

เลือกวัสดุธรรมชาติรอบตัว

วัสดุที่ได้จากธรรมชาติรอบตัว หรือรอบบริเวณบ้าน ได้แก่ ท่อนไม้สักชิ้น ด้วยการนำมาหั่นเป็นท่อนเล็กๆ ก็จะได้รูปทรงแบบ Free Form ตามธรรมชาติ แต

เล่นกับลูก หรือนั่งสังเกตด้วย

การเล่นของเด็กในวัย…

วัยต่ำกว่า 3 ขวบ

เด็กจะนั่งร่วมวงกับเพื่อนได้แต่ยังชอบเล่นอยู่ในจิตนาการของตัวเองคนเดียว (ต่างคนต่างเล่น) โดยไม่เรียกหาแม่ หรือชวนเพื่อนให้มาเล่นด้วย

วัย 3 ขวบขึ้นไป

เด็กจะเริ่มเล่นกับเพื่อน เริ่มชวนพ่อแม่ให้มาร่วมวงเล่นตามจินตนาการของตัวเอง ซึ่งเป็นธรรมชาติของเด็กในวัยนี้ ซึ่งจุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่ของเล่น แต่อยู่ที่พัฒนาการตามวัยของลูกที่จะเล่นอย่างไร ถึงแม้ไม่มีของเล่นสักชิ้นในขณะที่กำลังอยากเล่นหรือกำลังจินตนาการ เด็กก็จะมองหาสิ่งรอบตัวเพื่อนำมาสร้างให้จินตนาการของตัวเองสำเร็จลุล่วงให้จนได้

ทำของเล่นให้ลูกเอง

การทำของเล่นด้วยฝีมือของพ่อแม่จากวัสดุธรรมชาติตามที่หามาได้ อย่างเช่นเศษผ้า ท่อนไม้ เมล็ดพืช แล้วนำมาร้อยเรียงใหม่เป็นรูปร่างที่เปลี่ยนไป เช่น เย็บตุ๊กตาให้กับลูก ไว้ใช้เล่านิทานหรือ ไว้เป็นเพื่อน ลูกก็จะสัมผัสได้ถึงความตั้งใจ ความละเอียดอ่อนของพ่อแม่ที่ทำให้ และความไม่สมบูรณ์ของชิ้นงาน แต่มากมายด้วยความประทับใจอ ของเล่นประเภทนี้จะส่งผลและมีคุณค่าทางจิตใจต่อลูกเป็นอย่างมาก พ่อแม่เองที่ได้ทำสิ่งเหล่านี้อย่างตั้งใจก็จะรู้สึกภูมิใจทุกครั้งที่ลูกเลือกหยิบมาเล่น หรือเมื่อลูกพูดถึงของเล่นนั้นอย่างน่ารัก

พ่อแม่เห็นถึงความละเอียดอ่อนของของเล่นที่ส่งผลต่อจิตใจและตัวตนของลูกใช่ไหมคะ  ในโลกอนาคตเราไม่มีทางรู้ว่าลูกจะต้องพบเจอกับการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง แต่อย่างหนึ่งที่เราสามารถช่วยลูกได้คงเป็นเรื่องของความยืดหยุ่น ปรับตัวให้สอดรับกับทุกสรรพสิ่งในโลกใบนี้ และเห็นความงดงามในความไม่สมบูรณ์แบบของธรรมชาติรอบตัว สิ่งนี้คงทำให้เด็กในอนาคตมีความหวัง และดำรงอยู่ได้อย่างกลมกลืนกับธรรมชาติในโลกอนาคตได้อย่างมีความสุข

Exit mobile version