Site icon simplymommynote

ทารกในครรภ์ เรื่องราวที่น่าอัศจรรย์ แม่อาจไม่รู้

เรื่องราวที่น่าอัศจรรย์ ลูกรู้สึกอย่างไรตอนอยู่ในครรภ์ แม่อาจไม่รู้

ในทุก ๆ วันที่ทารกอยู่ในครรภ์เป็นระยะเวลากว่า 9 เดือน มีพัฒนาการที่ดีขึ้นทุกวันทั้งร่างกายและจิตใจ ว่าแต่ทารกอยู่ในครรภ์แบบนี้ เขาจะรับรู้อะไรได้บ้างไหมนะ อ่ะ…ถ้าอยากรู้ไปดูกันค่ะ

เรื่องราวที่น่าอัศจรรย์ของทารกระหว่างอยู่ในครรภ์

ได้ยินเสียงคุณพ่อคุณแม่ชัดแจ๋วเลยนะ แม้อยู่ในท้อง

เมื่ออายุครรภ์ได้ 16 สัปดาห์ โครงสร้างของหูจะมีพัฒนาการที่เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น มากพอที่จะได้ยินเสียงต่าง ๆ ได้ ช่วงนี้แหละค่ะที่ทารกจะเริ่มได้ยินเสียงการเต้นของหัวใจแม่ เสียงการกิน เสียงการย่อย เสียงหายใจ เสียงเดิน เสียงดนตรี เสียงการพูดคุย เสียงการออกกำลังกาย และเสียงอื่น ๆ อีกมากมาย ผ่านผนังหน้าท้อง

นอกจากนี้ ทารกยังสามารถแยกแยะเสียงต่าง ๆ ได้ดีตั้งแต่อยู่ในท้องแม่อีกด้วยนะคะ และนี่เองจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมคุณพ่อคุณแม่ควรที่จะเริ่มชวนลูกพูดคุยตั้งแต่ลูกอยู่ในท้อง เพราะสิ่งนี้จะเป็นการกระตุ้นพัฒนาการด้านการได้ยินได้ดีมาก ที่สำคัญจะทำให้ทารกคุ้นชินกับเสียงของคุณพ่อคุณแม่ก่อนออกมาเจอหน้ากันอีกด้วยค่ะ

เห็นแสงได้จากการส่องผ่านหน้าท้องแม่

พออายุครรภ์เข้าสัปดาห์ที่ 26 และ 28 พัฒนาการด้านการมองเห็นของทารกในท้องจะทำงานได้ดีขึ้น ทารกจะเริ่มมองเห็นลาง ๆ เขาสามารถมองเห็นแสงได้แล้วค่ะ อย่างแสงจากไฟฉายที่ส่องผ่านผนังหน้าท้องของแม่ หรือแม้แต่แสงสว่างนอกบ้านทารกก็สามารถรับรู้และเห็นความแตกต่างระหว่างความมืดและแสงสว่างได้เช่นกันค่ะ ถ้าเป็นไปได้แนะนำให้คุณแม่เดินเล่นนอกบ้านบ่อย ๆ เพื่อจะได้เป็นการกระตุ้นพัฒนาการด้านการมองเห็นของทารกตั้งแต่ในท้องค่ะ

สามารถรับรู้รสชาติได้ตั้งแต่อยู่ในท้องเลยนะ

จริง ๆ แล้วในส่วนของต่อมรับรสของทารกในท้องเริ่มพัฒนาขึ้นตั้งแต่สัปดาห์ที่ 11 และจะสมบูรณ์เมื่ออายุครรภเข้าสัปดาห์ที่ 26 – 29 อาหารที่คุณแม่กินเข้าไป ทารกจะได้รับสารอาหารผ่านทางสายรก ซึ่งรวมถึง “รสชาติของอาหาร” ด้วยเช่นกัน สายรกจะติดอยู่กับผนังด้านในของมดลูก ซึ่งเชื่อมระหว่างมดลูกของแม่ และสายสะดือลูก สำหรับเรื่องนี้นักวิทยาศาสตร์บางคนยังมีความเชื่อว่า ทารกในท้องยังสามารถได้กลิ่นของอาหารอีกด้วยค่ะ

แม่ชอบกินอะไรระหว่างท้อง หนูออกมาก็จะชอบอย่างนั้นด้วย

จากศึกษาวิจัยพบว่า หากระหว่างที่คุณแม่ท้องมีอาหารบางชนิดที่คุณแม่ไม่ชอบกิน และเลี่ยงที่จะกิน เมื่อทารกคลอดออกมาเขาก็มีโอกาสที่จะทำเช่นเดียวกันกับคุณแม่ได้ในอนาคต อาทิเช่น หากคุณแม่ชอบกินผัก และผลไม้ขณะตั้งครรภ์ ก็จะมีส่วนช่วยในการปลูกฝังให้ทารกชอบแบบเดียวกันนี้ได้

เรียกได้ว่าระหว่างการตั้งครรภ์ไปจนถึงระยะให้นม อะไรก็ตามที่คุณแม่กินเข้าไป นอกจากจะส่งผลให้ทารกได้รับสารอาหารที่ผ่านทางสายรก และน้ำนมแม่โดยตรงแล้ว ยังมีแนวโน้มที่ส่งผลต่อความชอบในการกินอาหารของทารกเมื่อทารกเติบโตขึ้นอีกด้วยค่ะ

ยังมีนักวิจัยสรุปว่า แม้แต่รูปแบบในการกินอาหารก็ยังสามารถส่งผลต่อพฤติกรรม และนิสัยการกินอาหารของทารกเมื่อเขาโตขึ้นได้ด้วยค่ะ

รู้นะ ว่าแม่รู้สึกอย่างไร แม้หนูอยู่ในท้อง

จากงานวิจัย Psychological Science ระบุว่า เมื่ออายุครรภ์ของคุณแม่เข้าสู่สัปดาห์ที่ 6 ทารกในครรภ์สามารถรับรู้ถึงความรู้สึกของคุณแม่ได้แล้วนะคะว่าคุณแม่กำลังรู้สึกอย่างไร ถ้าแม่มาอารมณ์เครียด อารมณ์เศร้าที่ยาวนาน และเรื้อรังจะส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์แบบเต็ม ๆ เลยทีเดียว ในรายงานยังระบุเพิ่มว่า คุณแม่ที่มีภาวะเครียดระหว่างการตั้งครรภ์จะส่งผลกระทบต่อลูกน้อย โดยเมื่อคลอดออกมาลูกจะมีอาการซึมเศร้า และไวต่อการกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อมภายนอกได้ง่ายกว่าคนทั่วไป

มีผลต่อพัฒนาการด้านจิตใจ มีปัญหาทางจิตใจ รวมถึงลูกจะมีปัญหาด้านการปรับตัวให้เขากับสังคม เพราะฉะนั้น ระหว่างที่คุณแม่ตั้งครรภ์ พยายามรักษาจิตใจไม่ให้เครียดนะคะ หากิจกรรมผ่อนคลาย เป็นกิจกรรมเบา ๆ ที่คุณแม่ชอบจะดีมากเลยค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะคุณแม่ ได้รู้กันอย่างนี้แล้ว คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยกระตุ้นพัฒนาการต่าง ๆ ของลูกนะคะ รวมถึงอย่าลืมดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี กินอาหารที่หลากหลาย เพื่อลูกน้อย และคุณแม่เองนะคะ

Exit mobile version