สำหรับคุณแม่มือใหม่ที่รู้แล้วว่าตัวเองตั้งครรภ์ ก็อาจเกิดความกังวลในหลาย ๆ ด้าน เช่น ตัวเองจะเป็นแม่ได้ดีหรือเปล่า? ฉันต้องดูแลตัวเองอย่างไร? และที่สำคัญ คุณแม่หลาย ๆ คนคงอยากรู้ใช่ไหมล่ะคะว่า อาการคนท้อง 1 เดือนไปจนถึงอาการคนท้อง 3 เดือนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อเป็นการให้คุณแม่ได้รับมือกันอย่างถูกต้องและไม่เครียดจนส่งผลถึงลูกน้อยวันนี้แม่โน้ตมีข้อมูลมาฝากค่ะ
อาการคนท้อง 1 เดือน
ร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ดังนี้ค่ะ
ประจำเดือนขาด
โดยปกติแล้วระยะห่างของประจำเดือนในแต่ละเดือนจะอยู่ 18 – 25 วันโดยประมาณ แต่มีระยะที่ห่างกันมากกว่านี้ เป็นไปได้ว่าอาจมีการปฏิสนธิเกิดขึ้นแล้วระหว่างไข่กับอสุจิ จึงทำให้ผนังมดลูกไม่ได้มีการหลุดลอกออกมาเป็นประจำเดือน
เวียนศีรษะ อาเจียน
โดยเฉพาะในช่วงเช้า เนื่องจากร่างกายมีฮอร์โมนโพรเจสเตอโรนและฮอร์โมนเอสเตอโรนมากเกินไป แต่ส่วนใหญ่พบว่าอาการนี้จะค่อย ๆ ดีขึ้นในช่วง สัปดาห์ที่ 3 ของการตั้งครรภ์
เต้านมและหัวนม
เนื่องจากฮอร์โมนในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและสูงมาก จึงส่งผลให้เต้านมคุณแม่มีอาการคัดและรู้สึกปวด ส่วนลานนมก็จะเริ่มมีสีที่คล้ำขึ้น
ปัสสาวะบ่อยขึ้น
เนื่องจากกระเพาะปัสสาวะเริ่มมีการถูกกดทับจากการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ จึงทำให้คุณแม่มีอาการปวดปัสสาวะบ่อยขึ้นนั่นเองค่ะ
มีตกขาวมากกว่าปกติ
เหตุจากมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน ทำให้หลังจากประจำเดือนขาดจะมีการตกขาวมากขึ้น ซึ่งถ้าสีของการตกขาวไม่ใช่สีเหลือง ไม่มีกลิ่นคาว แบบนี้คุณแม่ไม่ต้องกังวลค่ะ ไม่มีอันตรายอะไร แต่ถ้าเริ่มมีอาการคันร่วมด้วย มีกลิ่นคาว แบบนี้แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ทันทีนะคะ
เมื่อยล้า อ่อนเพลีย
เพราะร่างกายมีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเพิ่มมากขึ้น ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือด ความดันเลือด รวมถึงระบบไหวเวียนในเลือด กล้ามเนื้อมีการคลายตัว ร่างกายมีการเผาผลาญที่มากขึ้น ร่างกายจึงมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น ทำให้คุณแม่อ่อนเพลียนั่นเองค่ะ
ความต้องการทางเพศลดลง
เพราะร่างกายของคุณแม่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ต้องรับมือกับอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะอาการปวดศีรษะ แพ้ท้อง อาเจียน ปวดหลัง และอีกมากมาย ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ก็เป็นธรรมดาค่ะที่จะมีความต้องการทางเพศลดลง
วิธีแก้อาการแพ้ท้อง
แบ่งมื้ออาหารให้ถี่ขึ้น กินบ่อยขึ้น
ช่วงแรก ๆ สำหรับอาการแพ้ท้อง เป็นธรรมดาที่คุณแม่จะเหนื่อย และกินอะไรไม่ค่อยลง แต่ก็ควรต้องกินนะคะ เพราะไม่อย่างนั้นร่างกายจะไม่มีสารอาหารไปเลี้ยงทั้งคุณแม่และคุณลูก เพียงแต่แบ่งมื้ออาหารให้ถี่ขึ้น ลดปริมาณในแต่ละมื้อลงค่ะ แบบนี้ก็จะช่วยได้ แถมคุณแม่ก็จะไม่รู้สึกอึดอัดตัวอีกด้วยค่ะ
กินทุกอย่างเท่าที่แม่กินได้
อาการแพ้ท้องส่วนใหญ่ก็จะถึงขั้นอาเจียน เวียนศีรษะ อาจมีอาหารบางอย่างที่คุณแม่กินไม่ได้เลย เพราะรู้สึกเหม็น (จากเดิมก่อนตั้งครรภ์ไม่เคยเหม็น) ดังนั้น อาหารอะไรก็ตามที่คุณแม่กินได้แม้จะเป็นบิสกิต หรือน้ำหวาน (ขอหวานน้อยนะคะ) ก็ควรกินไว้ก่อนค่ะ ไม่อย่างนั้นคุณแม่จะรู้สึกเพลียมาก
ตื่นปุ๊บกินปั๊บ
เพราะคุณแม่ที่แพ้ท้องนั้น ระดับน้ำตาลในเลือดจะลดลง เพราะฉะนั้นคุณแม่ควรเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งตัวสำคัญก็คือ “คาร์โบไฮเดรตหรือแป้ง” นั่นเอง อาทิ น้ำหวาน เครกเกอร์ บิสกิต คุณแม่สามารถวางไว้ใกล้ตัวหรือหัวเตียงได้เลยค่ะ
น้ำขิงอุ่น ๆ ซักแก้ว
ขิงเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณดี ๆ มากมาย ไม่ว่าจะแก้อาการท้องอืด บรรเทาอาการปวดท้อง บรรเทาอาการคลื่นไส้ ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าหรือห้างสรรพสินค้าทั่วไป ทานกับเครกเกอร์หรือบิสกิตก็อร่อยไปอีกแบบค่ะ
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
6 เครื่องดื่มสำหรับคนท้อง น้ำสมุนไพร อร่อยได้ มีประโยชน์ด้วย
จิบน้ำเปล่าสะอาดบ่อย ๆ
เพราะการอาเจียนทำให้ร่างกายคุณแม่อ่อนเพลียได้ค่ะ แต่การจิบน้ำเปล่าสะอาดบ่อย ๆ เพื่อป้องกันภาวะร่างกายขาดน้ำค่ะ
ขอบคุณภาพ Freelik.com
เคี้ยวสะระแหน่
เพราะสะระแหน่จะมีความเย็นอยู่ คุณแม่สามารถเอาสะระแหน่มาเคี้ยวได้นะคะ เพราะความเย็นของมันจะช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ และเพิ่มความสดชื่นให้คุณแม่ได้อีกด้วยค่ะ
ออกกำลังกายเบา ๆ
อาจเป็นการยืดเส้นยืดสายเบา ๆ ก็พอนะคะ ยกเว้นว่าถ้าคุณแม่ท้องคนไหนที่เคยออกกำลังกายมาอย่างหนักหน่วงตั้งแต่ก่อนท้อง แบบนี้ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนนะคะ เพื่อความปลอดภัยทั้งคุณแม่และคุณลูกค่ะ
นั่งสมาธิ
การได้ใช้เวลาไปกับการนั่งสมาธิก็จะทำให้คุณแม่ได้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น อย่างน้อยก็เป็นการเบี่ยงเบนความสนใจ ไม่ให้คุณแม่ไปคิด ไปกังวล หรือเอาใจไปจดจ่อกับอาการแพ้ท้องได้ค่ะ
กินวิตามินบี 6 อย่างต่อเนื่อง
เพราะการที่คุณแม่มีอาการคลื่นไส้ ส่วนหนึ่งก็มาจากการที่ร่างกายขาดวิตามินบี 6 ซึ่งคุณแม่สามารถใช้การทานอาหารเสริมช่วยได้ แต่การทานไม่ควรเกิน 10 – 25 มิลลิกรัม 3 ครั้ง ต่อวัน และที่สำคัญ ก่อนทานยาอะไรครปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง
กินยาแก้อาการคลื่นไส้
คุณแม่ท้องต้องพึงระลึกไว้เสมอนะคะว่า การจะทานยาอะไรควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพราะยาบางชนิดมีผลกระทบต่อลูกในท้อง โดยยาที่สามารถบรรเทาอาการแพ้ท้อง ได้แก่ Diclegis, Zofran (Ondansetron) และ Vistaril (Hydroxizine) เป็นต้น
ขอบคุณข้อมูล momlovesbest.com
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
-
- อาการคนท้อง 2 เดือน อาหารบำรุงครรภ์ และพัฒนาการทารกในครรภ์
- อาการคนท้อง 3 เดือน อาหารบำรุงครรภ์ และพัฒนาการทารกในครรภ์
- อาการคนท้อง 4 เดือน อาหารบำรุงครรภ์ และพัฒนาการทารกในครรภ์
- อาการคนท้อง 5 เดือน อาหารบำรุงครรภ์ และพัฒนาการทารกในครรภ์
- อาการคนท้อง 6 เดือน อาหารบำรุงครรภ์ และพัฒนาการทารกในครรภ์
- อาการคนท้อง 7 เดือน อาหารบำรุงครรภ์ และพัฒนาการทารกในครรภ์
- อาการคนท้อง 8 เดือน อาหารบำรุงครรภ์ และพัฒนาการทารกในครรภ์
- อาการคนท้อง 9 เดือน อาหารบำรุงครรภ์ และพัฒนาการทารกในครรภ์