คนท้องห้ามทำอะไรบ้าง เรื่องความสวยความงาม

คนท้องห้ามทำอะไรบ้าง เรื่องความสวยความงาม
ตั้งครรภ์

ความสวยความงามเป็นของคู่กันกับผู้หญิงเรา แต่ในระหว่างการตั้งครรภ์คุณแม่จะทำกิจกรรมเกี่ยวกับการเสริมเติมแต่งความงามเหมือนก่อนท้อง มักจะมีความกังวลและเป็นห่วงความปลอดภัยของลูกในครรภ์ด้วยเสมอ คุณแม่จึงต้องเพิ่มความระมัดระวังอีกหลายเท่าในการดูแลตัวเองให้มากเป็นพิเศษ เพราะกิจกรรม สถานที่ และผลิตภัณฑ์บางอย่าง อาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อตัวคุณแม่ และลูกน้อยในครรภ์ได้  วันนี้เราจึงรวบรวมการเสริมความงามที่ บางอย่างคุณแม่สามารถทำได้ และบางอย่างเป็นสิ่งที่ควรเลี่ยง เพื่อป้องกันอันตรายต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น มีดังนี้ค่ะ

คนท้องห้ามทำอะไรบ้าง เรื่องความสวยความงาม

แต่งหน้า

หากเป็นไปได้คุณแม่ควรงดการแต่งหน้าไปก่อนค่ะ เพราะส่วนผสมในเครื่องสำอางบางอย่างส่งผลเสีย อาทิส่วนผสมของ พาราเบน และบูทิลพาราเบน (BuP) ที่สามารถซึมเข้าไปในร่างกายผ่านผิวหนัง และเข้าสู่รกได้ มีผลทำให้ลูกน้อยในครรภ์มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นจนถึงขั้น น้ำหนักเกินเกณฑ์ หรือสารตะกั่วในลิปสติกเป็นอันตรายต่อลูกในครรภ์ค่ะ

การทาเล็บ

ถ้าไม่จำเป็นอย่าพึ่งทาดีกว่าค่ะ Toluene เป็นสารที่มักจะผสมอยู่ในสีทาเล็บ ถ้าคุณแม่สูดดมกลิ่นมากๆ อาจจะทำให้ลูกในครรภ์มีพัฒนาที่ผิดปกติ และเพราะในช่วงตั้งครรภ์คุณแม่จะมีอาการหลายอย่างเกิดขึ้นกับร่างกาย เช่น อาการตัวซีดที่เป็นอีกหนึ่งอย่างที่คุณหมอจะต้องตรวจดู ซึ่งนอกจากจะตรวจดูจากหน้า ริมฝีปาก ลิ้น มือ เท้า หรืออวัยวะอื่น ๆ ที่สามารถมองเห็นได้แล้ว ก็ต้องตรวจดูจากสีของเล็บด้วยว่าซีดหรือมีเลือดฝาดหรือไม่

การทำสีผม

ควรทำหลังจากผ่านช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ไปแล้ว เพราะหนังศีรษะสามารถซึมซับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายและขับออกจากร่างกายในรูปของปัสสาวะได้ แต่เนื่องจากร่างกายสามารถซึมซับสารเคมีเหล่านี้ได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น จึงไม่มีอันตรายต่อลูกน้อยในครรภ์แต่อย่างใด แม้ว่ายังไม่มีการทดลองในระยะยาวเพื่อยืนยันว่าการทำสีผมในระหว่างการตั้งครรภ์จะมีความปลอดภัยหรือไม่ แต่มีคุณแม่จำนวนหนึ่งที่ทำสีผมในขณะตั้งครรภ์ก็ไม่พบว่ามีความผิดปกติแต่อย่างใด และจากการทดลองกับสัตว์ นักวิจัยได้ใช้สารเคมีจากผลิตภัณฑ์ย้อมสีผมในปริมาณมากกว่าที่แนะนำให้ใช้ในคนมากถึง 100 เท่า ก็ยังไม่พบความผิดปกติอะไรของพัฒนาการของตัวอ่อนในสัตว์ทดลอง หากกลิ่นของสีย้อมผม และการนั่งรอทำสีผมนานๆ ไปกระตุ้นให้คุณแม่มีอาการอ่อนเพลีย เวียนศีรษะ หากหลีกเลี่ยงได้ ก็อย่าเพิ่งทำค่ะ

การสวมแหวน

ขอแนะนำให้ถอดเก็บไว้ก่อน เพราะในระหว่างตั้งครรภ์คุณแม่เกือบทุกคนมักมีอาการบวมเกิดขึ้น เมื่อบวมมาก ๆ แหวนที่ใส่อยู่ก็จะถอดออกไม่ได้ ทำให้เลือดหมุนเวียนได้ไม่สะดวกค่ะ

การสัก

ควรงดเว้นในขณะที่กำลังตั้งครรภ์ก่อนค่ะ เพราะอาจทำให้คุณแม่เกิดการติดเชื้อในระหว่างการสักได้

เลเซอร์รักษาผิวพรรณ

แม้ว่าการใช้เลเซอร์รักษาผิวจะไม่มีอันตรายต่อคุณแม่และทารกในครรภ์ เนื่องจากเป็นเพียงวิธีการรักษาภายนอกเท่านั้น และความรุนแรงของแสงเลเซอร์ก็มีไม่มากพอที่จะทำอันตรายได้ แต่ถ้าคุณแม่ทำเลเซอร์ในช่วงนี้ ผลลัพธ์ที่ได้ก็อาจจะไม่เป็นเหมือนที่คาดหวังไว้ เนื่องจากคุณแม่ตั้งครรภ์บางคนจะมีผิวคล้ำขึ้นในช่วงตั้งครรภ์เป็นปกติอยู่แล้ว และจะหายไปเองหลังการคลอด จึงแนะนำว่าให้ทำหลังการคลอดแล้วจะดีกว่าค่ะ

เลเซอร์กำจัดขนถาวร

การกำจัดขนด้วยการใช้เลเซอร์อาจมีความเสี่ยง เนื่องจากสารเคมีจากเลเซอร์อาจทะลุผ่านผิวหนังทำให้เกิดอาการแพ้และระคายเคืองได้ แม้ว่าผลกระทบที่เป็นอันตรายอื่น ๆ ยังไม่ถูกค้นพบ แต่เลเซอร์ที่ใช้สำหรับการกำจัดขนก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งต้องห้ามสำหรับหญิงตั้งครรภ์ รวมไปถึงคุณแม่ที่กำลังให้นมบุตรด้วย ลองเปลี่ยนมาใช้การแวกซ์ขนดูจะมีความปลอดภัยสำหรับหญิงตั้งครรภ์มากกว่าค่ะ

การฉีดโบท็อกซ์ (Botox)

ในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานที่ระบุว่าการฉีดโบท็อกซ์จะก่อให้เกิดอันตรายกับคุณแม่และลูกในครรภ์ แต่อย่างไรก็ตาม สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ก็แนะนำว่าผู้หญิงตั้งครรภ์หรือผู้หญิงที่กำลังวางแผนจะมีบุตรควรปรึกษาแพทย์ก่อนได้รับการฉีดโบท็อกซ์

ผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่มีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิก (Salicylic acid)

คุณแม่ไม่ควรใช้ เพราะสารในกลุ่มของ BHA (Beta Hydroxy Acids) คือ กรดซาลิไซลิกที่ถูกออกแบบมาให้สามารถซึมเข้าสู่ผิวหนังและมีคุณสมบัติทำให้ผิวลอกได้ คุณแม่ควรตรวจสอบฉลากผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวอย่างโทนเนอร์หรือคลีนเซอร์ที่ใช้อยู่ด้วยว่ามีส่วนของกรดซาลิไซลิกหรือ BHA หรือไม่ ถ้ามีควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ส่วนยากินรักษาสิวทุกชนิดก็ห้ามกินเช่นกันค่ะ

ศัลยกรรมเพิ่มขนาดทรวงอก

จากการศึกษาพบว่าผู้หญิงที่ผ่านการเพิ่มขนาดหน้าอกอาจประสบปัญหามีน้ำนมไม่เพียงพอมากกว่าปกติถึง 3 เท่า ดังนั้นการทำศัลยกรรมในระหว่างการตั้งครรภ์จึงไม่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับว่าที่คุณแม่มือใหม่ เนื่องจากการใช้ยาชาหรือยาสลบอาจมีผลกระทบหรือทำให้เกิดภาวะเสี่ยงต่อลูกน้อยในครรภ์ได้

การนวด

วิธีการนวด และตำแหน่งที่ผู้นวดจะนวด สำคัญมากค่ะ ต้องมีความชำนาญเป็นอย่างมาก และต้องเป็นร้านสปาที่ผู้ประกอบการมีใบอนุญาตนวดก่อนคลอด เพื่อหลีกเลี่ยงการแท้งบุตร จึงทำให้ร้านสปาส่วนใหญ่ไม่ได้รับอนุญาตให้มีการนวดก่อนคลอด เนื่องจากไม่สามารถรับผิดชอบต่อผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นได้ แต่คุณแม่สามารถนวดเพื่อเป็นการผ่อนคลายร่างกายได้ แต่ควรจะรอให้พ้นระยะเวลา 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ไปก่อน

(ติดตามเพิ่มเติม >> คนท้องนวดได้ไหม เสี่ยงแท้งหรือเปล่า? มีคลิปโยคะคนท้อง)

ลดน้ำหนักและอดอาหาร

คุณแม่ควรจะรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบทั้ง 5 หมู่ และเพียงพอกับความต้องการในแต่ละวันของร่างกาย เพราะจากงานวิจัยพบว่า คุณแม่ที่อดอาหารในขณะตั้งครรภ์ ทารกจะมีอัตราคลอดก่อนกำหนดสูงและสมองพิการ เนื่องจากในอาหาร 5 หมู่มีสารอาหารสำคัญที่ช่วยบำรุงสมองของทารก เช่น โฟเลตที่ได้จากผักและผลไม้ รวมถึงวิตามินต่าง ๆ ที่ช่วยในการสร้างอวัยวะสำคัญ ส่วนคุณแม่ที่กลัวความอ้วนหลังการคลอดแนะนำให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวก็ช่วยลดน้ำหนักได้ค่ะ

คุณแม่ตั้งครรภ์ทั้งหลายก็คงไม่อยากปล่อยตัวเองให้ทรุดโทรม ดังนั้นหากต้องการเสริมเติมแต่งความงามจึงต้องมั่นใจว่าเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับคุณแม่ และกิจกรรมนั้นๆ จะปลอดภัยต่อตนเอง และลูกน้อยในท้อง โดยให้เน้นที่มาจากธรรมชาติ และการันตีว่าปลอดภัยต่อคนท้อง บางกิจกรรมหากหลีกเลี่ยงได้ก็ควรงดเว้น เพื่อป้องกันไว้ก่อน ดีกว่าต้องหาวิธีแก้ในภายหลังค่ะ


คุณแม่กิ๊ฟ

1,109 views

แม่น้องสปิน คุณแม่ฟูลไทม์ ที่เชื่อเรื่องการเลี้ยงลูกแบบธรรมชาติอย่างสมดุลทั้งภายใน-ภายนอก และเชื่อว่าลูกคือครู จึงทําให้สนใจความเป็นไปของผู้คน จิตวิทยาความสัมพันธ์ในครอบครัว และความสัมพันธ์ของมนุษย์กับธรรม(ะ)ชาติ ชื่นชอบการทำอาหาร งาน Handmade อ่านหนังสือ ปลูกต้นไม้ Facebook : Gift Bfive IG : spin_ramil

Profile

Related posts