แม่ท้อง…อยากนู่น อยากนี่ แต่จะกินตามใจปากได้แค่ไหน?

สุขภาพช่วงตั้งครรภ์

ถ้าถามว่า “ช่วงเวลาไหนที่เริ่มรู้ว่าตั้งครรภ์ แล้วเรามีความสุขที่สุด?” คำตอบที่ได้ส่วนใหญ่ น่าจะเป็น “ช่วงเวลาที่เราตั้งครรภ์” เพราะว่าสามีจะดูแลดีเป็นพิเศษ ชอบช่วงเวลาที่ลูกดิ้นอยู่ในท้อง และเราจะกินอะไรก็ได้ตามใจปาก

           ซึ่งในข้อสุดท้ายนี่เอง ที่เป็นตัวการทำให้คุณแม่ตกต้องเผชิญอาการหลายๆ อย่างก่อนคลอด บางคนก็คลอดก่อนกำหนด หากทานอาหารที่ไม่ถูกหลักหรือไม่ถูกสุขลักษณะ หรืออาจทำให้คุณแม่มีน้ำหนักค้างเยอะจนลงยาก วันนี้แม่โน้ตมีข้อมูลมาฝากค่ะว่าคุณแม่ท้องนั้นจะสามารถกินอะไรตามใจปากได้แค่ไหน?

แม่ท้องกินอะไรตามใจปากได้บ้าง?

           สำหรับแม่โน้ตเอง ถ้านึกย้อนกลับไปการที่ได้กินอะไรตามใจปากตอนท้องเป็นอะไรฟินสุดแล้ว แต่คำว่า “ตามใจปาก” ของแม่โน้ตไม่ใช่แบบว่าอยากกินขนมหวานวันละ 3 ถ้วย ละมุดวันละครึ่งกิโลกรัม หรือทุเรียนครึ่งลูกอะไรอย่างนี้นะคะ เพียงแต่แม่โน้ตจะรู้อยู่แล้วว่าอะไรที่กินเข้าไปเยอะๆ แล้วไม่ดีต่อสุขภาพของทั้งแม่และลูก อีกอย่างคือ สุขภาพตอนนั้นยังมีโรคความดันสูงอยู่ด้วยค่ะ เลยต้องประเมินตัวเองก่อนที่จะกินอะไร

           แม่โน้ตเชื่อว่าคุณแม่หลายๆ ท่านก็รู้เช่นกันว่าอะไรควรกินได้เท่าไหร่ เพียงแต่เราระงับตัวเองได้ไม่ดีเท่าที่ควร 555

           วันนี้เรามาดูกันค่ะว่า 5 อันดับสูงสุดที่คุณแม่ท้องชอบทานแบบตามใจปากตอนท้องมีอะไรบ้าง

อันดับที่ 5 แมลงทอด

รถด่วน ตั๊กแตนทอด ฯลฯ

           เป็นอีกหนึ่งเมนูที่คุณแม่ท้องนิยมทานกัน มีโปรตีนสูง มีสารไคติน ซึ่งเมื่อย่อยแล้วจะได้เป็นสารไคโตซาน ซึ่งทั้งไคตินและไคโตซานนี้มีคุณสมบัติสามารถดักจับไขมันได้ดี ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือดลดลงได้

           แต่…ข้อเสียคือ คุณแม่ท้องต้องระวัง คือ หากทานมากเกินไปอาจทำให้เกิดการสะสมไขมันไม่ดีที่มาจากน้ำมันที่ทอดซ้ำแล้วซ้ำอีกไว้ในร่างกาย รวมถึงทำให้ร่างกายได้รับปริมาณโซเดียมที่มาจากซอสปรุงรสนั้นมากเกินไป

           ยังค่ะ ยังมีอีก…ข้อเสียของไคตินและไคโตซาน หากร่างกายได้รับมากไป นั่นคือ อาจก่อให้เกิดความบกพร่องในการดูดซึมแคลเซียม ซึ่งจะส่งผลต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อยในครรภ์ได้ แนะนำควรทานเพียงเดือนละ 1-2 ครั้ง จะดีที่สุดค่ะ

อันดับที่ 4 อาหารรสจัด

ส้มตำ ต้มยำ ต้มโคล้ง ลาบ น้ำตก ซกเล็ก

           “อาหารรสจัด” หมายรวมถึง อาหารที่มีรสเค็มจัด เปรี้ยวจัด หวานจัด และเผ็ดจัด คุณแม่ท้องสามารถทานอาหารรสจัดได้ เพราะจริงๆ แล้วลูกจะได้รับเพียงสารอาหารเท่านั้น ไม่ได้รับความเผ็ดร้อนไปด้วย แต่หากคุณแม่ท้องทานอาหารรสจัดมากเกินไปจะส่งผลต่อฮอร์โมนที่ทำให้ลำไส้ของคุณแม่เคลื่อนไหวและบีบตัวช้าลง กระเพาะอาหารและระบบย่อยอาหารทำงานได้ช้าลง ทำให้คุณแม่ท้องอาจมีอาการกรดไหลย้อน แสบร้อนกลางอก

           ที่สำคัญ อาหารรสจัดนี้จะมีส่วนประกอบของน้ำตาลและโซเดียมอยู่มาก อาจมีความเสี่ยงในการเป็นโรคอ้วนและโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ได้ โซเดียมจะทำให้คุณแม่เกิดภาวะบวมน้ำได้อีกด้วยค่ะ

อันดับ 3 ผักและผลไม้

มังคุด ละมุด ลิ้นจี่ ขนุน เงาะ บรอกโคลี แตงกวา แครอท ฯลฯ

           นับเป็นกลุ่มอาหารที่ดีกลุ่มหนึ่งเลยค่ะ เพราะหากคุณแม่ท้องทานอาหารกลุ่มนี้ได้ดีแล้ว ก็เท่ากับว่าลูกน้อยในครรภ์ก็จะได้รับวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ได้เช่นกัน แม่ท้องมักมีอาการท้องผูก การทานผักและผลไม้ร่วมกับการดื่มน้ำเปล่าสะอาด ก็จะช่วยลดอาการท้องผูกได้ดี แนะนำควรดื่มให้ได้ประมาณ 1.5 ลิตรต่อวัน หรือ 7-8 แก้วต่อวัน (เฉลี่ยแก้วละ 200 CC)

อันดับที่ 2 ทุเรียน

           เป็นผลไม้ยอดฮิตที่คุณแม่ท้องอยากทาน ทุเรียนอุดมไปด้วยโฟเลต ซึ่งโฟเลตนี้จะมีส่วนช่วยลดอาการปากแหว่งเพดานโหว่ในเด็กได้ ลดภาวะพิการแต่กำเนิด ลดภาวะหลอดประสาทไม่ปิด

           แต่…หากคุณแม่ท้องทานตามใจปากมากไปอาจส่งผลเสียได้ เพราะทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง และยังมีกำมะถันที่ออกฤทธิ์ร้อนต่อร่างกาย ทำให้เป็นร้อนใน ท้องผูกได้ ปริมาณที่แนะนำ ควรทาน 1 พูต่อวันนะคะ

อันดับที่ 1 ขนมหวาน

ทับทิมกรอบ กล้วยเชื่อม มันต้มน้ำตาล กล้วยบวชชี ฯลฯ

           คุณแม่ท้องมักชอบทานขนมหวานกันมาก ยิ่งถ้าเป็นแบบหวานเย็นนะ หืมมม….สดชื่นอย่าบอกใคร แต่หากคุณแม่ทานมากไป อาจส่งผลให้น้ำหนักขึ้นเยอะเกิน อาจเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรืออาจทำให้คลอดก่อนกำหนดได้

           มาถึงตรงนี้แล้ว จากข้อมูลที่คุณแม่ได้อ่านมา เชื่อว่าคุณแม่ท้องหลายท่านรู้ดีค่ะว่าการทานอะไรที่มากเกินไปย่อมส่งผลเสียต่อทั้งคุณแม่และลูกน้อย เอาเป็นว่า “ใช้สติในการกิน” กินแต่พอดี ไม่มากเกินไป คิดไว้อยู่อย่างเดียวว่า ลูกเราต้องแข็งแรง ตัวเราเองก็ต้องแข็งแรงด้วย เก็บแรงไว้เลี้ยงเจ้าตัวน้อยตอนคลอดมาแล้วดีกว่า^^

Related posts