• HOME
  • BLOG
  • Simply Tips
  • วิตามินซีต้านหวัดวัดจากอะไร ต้านได้จริงหรือ?

วิตามินซีต้านหวัดวัดจากอะไร ต้านได้จริงหรือ?

Simply Tips

ช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝน เด็กๆ มักเป็นหวัดกันบ่อย โดยทั่วก็เริ่มจากการจาม มีน้ำมูก ไอ มีไข้ ซึ่งการได้รับเชื้อไม่จากฝนก็จากเพื่อนๆ ที่โรงเรียน คุณพ่อคุณแม่บางท่านอาจสงสัยว่า

“ทำไมให้ลูกกินวิตามินซีเม็ดแล้ว แต่ก็ยังเป็นหวัดอยู่?”

เพราะเข้าใจมาตลอดว่าวิตามินซีจะช่วยป้องกันหวัดได้

           วันนี้โน้ตจะชวนคุณพ่อคุณแม่มาดูข้อมูลกันค่ะว่าจริงๆ แล้ววิตามินซีนี้ช่วยต้านหวัดได้หรือไม่? และมีผักหรือผลไม้อะไรบ้างที่มีวิตามินซีสูง เผื่อคุณแม่จะนำไปเป็นไอเดียในการปรุงอาหารให้ลูก

ทำความรู้จักวิตามินซีกันซักหน่อย

           จากข้อมูลทางเว็ปไซต์ของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุไว้ว่า “วิตามินซี” หรือ กรดแอสคอร์บิก (ascorbic acid) นั้นเป็นวิตามินชนิดละลายน้ำ ประโยชน์ของวิตามินซีมีมากมาย อาทิ ใช้รักษาและป้องกันโรคลักปิดลักเปิด นอกจากนี้วิตามินซียังเป็นสารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ หรือ antioxidant ที่เกิดขึ้นในร่างกายได้อีกด้วย ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อในร่างกาย ช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น ที่สำคัญ ยังช่วยในเรื่องการสร้างคอลลาเจนค่ะ

           …แล้วช่วยต้านหวัดได้หรือไม่?

วิตามินซีต้านหวัดหรือป้องกันหวัดได้ไหม?

           จากกรณีศึกษาที่ผ่านมา…

           “การทานวิตามินซีเป็นประจำทุกวันไม่สามารถต้านหวัดหรือป้องกันหวัดได้ และไม่มีผลลดความเสี่ยงในการเป็นหวัด ยกเว้นในผู้ที่มีการออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาเป็นประจำ จึงจะสามารถลดความเสี่ยงจากการเป็นหวัดได้ 50%”

           แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังพอมีเรื่องราวดีๆ ให้ชื่นใจ

           “อย่างไรก็ตามจากการศึกษาในเรื่องนี้ยังพบว่าการทานวิตามินซีเป็นประจำทุกวันจะสามารถช่วยลดความรุนแรงและระยะเวลาในการเป็นหวัดได้”

ขนาดของวิตามินซีที่แนะนำต่อวัน

           โดยขนาดของวิตามินซีที่แนะนำให้ทานต่อวันเพื่อลดความรุนแรงและระยะเวลาการเป็นหวัดนี้ จะอยู่ที่ 1-3 กรัมต่อวัน แต่หากพบว่าผู้ที่ป่วยนั้นไม่เคยทานวิตามินซีมาเลยก่อนหน้านี้ หรือเพิ่งจะเริ่มทายตอนป่วย ข้อนี้ก็ไม่ได้ช่วยให้อาการหวัดหายเร็วขึ้นแต่อย่างใด

ปริมาณของวิตามินที่แนะนำของเด็กแต่ละช่วงวัย

  • อายุ 6 – 12 เดือน

ปริมาณวิตามินซีที่ต้องการ 35 มก./วัน

  • อายุ 1 – 8 ปี

ปริมาณวิตามินซีที่ต้องการ 40 มก./วัน

  • อายุ 9 – 12 ปี

ปริมาณวิตามินซีที่ต้องการ 45 มก./วัน

  • อายุ 13 – 15 ปี

เด็กผู้หญิงต้องการ 65 มก./วัน ส่วนเด็กผู้ชายต้องการ 75 มก./วัน

ผักที่มีวิตามินซีสูง

           มาถึงตรงนี้แล้ว เรามาดูกันค่ะว่าจะมีผักอะไรบ้างที่อุดมไปด้วยวิตามินซี คุณแม่ลองเลือกดูนะคะ ว่าผักชนิดไหนที่ลูกน้อยกินได้

  • พริกหวาน

มีวิตามินซี 80.4 มก. ต่อ 100 กรัม

  • บรอกโคลี

มีวิตามินซี 89.2 มก. ต่อ 100 กรัม

  • ผักคะน้า

มีวิตามินซี 147 มก. ต่อ 100 กรัม

  • ผักปวยเล้ง

มีวิตามินซี 120 มก. ต่อ 100 กรัม

ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง

           ได้รู้วิตามินซีจากผักกันไปแล้ว คราวนี้เป็นทีของผลไม้กันบ้าง จัดมาให้คุณพ่อคุณแม่เยอะเลยค่ะ

  • ส้ม

มีวิตามินซี 53.2 มก. ต่อ 100 กรัม

  • สตรอเบอร์รี่

มีวิตามินซี 58.8 มก. ต่อ 100 กรัม

  • ฝรั่ง

มีวิตามินซี 160 มก. ต่อ 100 กรัม

  • ลิ้นจี่

มีวิตามินซี 71.5 มก. ต่อ 100 กรัม (3 ลูก โดยประมาณ)

  • ละมุด

มีวิตามินซี 53.96 มก. ต่อ 100 กรัม

  • กล้วยน้ำว้า

มีวิตามินซี 31.63 มก. ต่อ 100 กรัม

  • สับปะรด

มีวิตามินซี 13.08 มก. ต่อ 100 กรัม

  • มะละกอ

มิวิตามินซี 122.94 มก. ต่อ 100 กรัม

           เป็นอย่างไรกันบ้างคะ คุณแม่ได้เมนูลูกๆ แล้วหรือยัง?

           การทานวิตามินซีโน้ตว่ายังไงก็มีประโยชน์นะ ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถป้องกันหวัดได้ 100% แต่อย่างน้อย ก็ทำให้อาการไม่รุนแรงและยังหายเร็ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การทานวิตามินซีให้เกิดประโยชน์จริงๆ ควรทานตามปริมาณที่แนะนำไปข้างต้นนะคะ ดูว่าเด็กวัยไหนมีความต้องการในปริมาณเท่าไหร่ เพราะอะไรที่มากเกินไปก็ไม่ดี น้อยไปก็ไม่ดี ว่าแล้วโน้ตก็ต้องไปหาวิตามินซีทานบ้างแล้ว แล้วพบกันใหม่ในบทความบทต่อไปนะคะ

อ้างอิง

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

siamchemi วิตามินซี

Pickup posts

Related posts